วิเคราะห์ผลบอล ที่ผีแดง เสมอ สิงห์บลู

และหลังจากที่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในศึกบิ๊กแมตช์ของศึกพรีเมียร์ลีกคงหนีไม่พ้นเกมที่ ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ระหว่าง ทีมปิศาจแดง  แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ทีมสิงห์บลู เชลซี ซึ่งผลการแข่งขันเสมอกันไปผลบอล 1-1

 

ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าก่อนแข่งเซียนก่อนเกม กูรูลูกหนังทั้งหลายต่างเชื่อว่าทีมเยือนที่กำลังรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุดเหนือกว่าและน่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะ

 

โดยสิ่งที่สำคัญของแนวรับสำหรับทีมปีศาจแดง ในชั่วโมงนี้ ที่พร้อมจะเสียประตูได้ทุกเวลาและยังไม่รู้ด้วยว่าฤดูกาลนี้ใครคือตัวจริง เพราะตัวเจ็บเพียบบวกกับการโรเตชั่นนักเตะในตำแหน่งนี้เกือบทุกนัดของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือจอมเฮี้ยบ

 

 

 

 

ซึ่งส่วนใหญ่ทีมเยือนของ เดอะ โอนลี่ วัน โจเซ่ มูรินโญ่ กำลังเป็นจ่าฝูง ยิ่งการขับเคลื่อนของมิดฟิลด์อย่าง 1.เอด็อง อาซาร์, 2.ออสการ์ หรือ 3.เชส ฟาเบรกาส ที่พร้อมจะเขย่าขวัญและสร้างความเสียหายให้กับคู่ต่อสู้

 

และก็ไม่รู้ว่าจะเป็นโชคดีของเจ้าบ้านหรือเปล่าที่เชลซีไม่มีมือสังหารอันดับหนึ่งอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ที่เจ็บ อันดับสอง โลอิก เรมี่ ก็เจ็บ เลยต้องใช้แมลงสาบเฒ่าอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา

 

โดยที่โปรแกรมบอลเกมรับของ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ใช้สามเซ็นเตอร์เหมือนเดิม ประกอบไปด้วย

  1. ลุค ชอว์
  2. มาร์กอส โรโฮ
  3. คริส สมอลลิ่ง

และพร้อมทั้งสองวิงแบ็กคือ

  1. ราฟาเอล
  2. ดาลี่ย์ บลินด์

โดยจากที่ทีมเป็นรองกว่า นั่นทำให้เป้าหมายของผู้จัดการทีมชาวดัตช์ คือ การทำยังไงก็ได้ให้ ผลออกมาเสมอ

 

และถ้าเกิดเปรียบเทียบกับองค์ประกอบต่างๆ ทั้งตัวผู้เล่น ซึ่งในชั่วโมงนี้เจ้าบ้านเป็นรองกว่าชัดเจน แถมแนวรุกที่จัดว่าระดับพระกาฬก็ไม่พระกาฬ เพราะไม่มี เวย์น รูนี่ย์ ที่ติดโทษแบน กับ ราดาเมล ฟัลเกา ที่ไม่ฟิต

 

 

 

ซึ่งรูปเกมในครึ่งแรก นั้นเกมตรงกลางของ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ยังไงไม่มีทางที่จะต่อบอลเข้าทำในเกมรุก สู้กับทีมเยือนได้อยู่แล้ว พี่ฟู มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ถูกส่งลงมาจึงต้องมาช่วยในเกมรับมากกว่าเกมรุก แถมสองฟูลแบ็กเอง ถ้าสังเกตจะไม่ขึ้นสูงเวลาได้ครองบอล แต่จะขึ้นสูงในเวลาที่เล่นเกมสวนกลับเร็วมากกว่า

 

และทางด้าน ดาบิด เด เกอา ที่ได้โชว์ซูเปอร์เซฟในเกมนี้หลายครั้ง ทั้งจังหวะที่พี่แมลงสาบยิงเต็มๆ ในครึ่งแรก หรือจังหวะที่อาซาร์แหวกผ่านแนวรับกระดาษทิชชู่ของเจ้าบ้านมายิงแล้วติด

 

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม แนวรับราคาข้างถนนก็มาเสียประตูจนได้ในจังหวะเตะมุมต้นครึ่งหลังจากการประกบตัวที่ผิดพลาดของ ราฟาเอล ถ้าสังเกต ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่เงาะถึงได้งานประกบกับพี่แมลงสาบ นักเตะที่ใช้หัวดีที่สุดในทีมคู่แข่ง ทั้งๆ ที่ความสูงไม่ถึง 180 ด้วยซ้ำ เรื่องประสบการณ์ไม่ต้องพูดถึง

 
โดยที่วิเคราะห์บอลแล้ว ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้พยายามบุก เพียงแต่ก็ไม่ได้สร้างความหวาดเสียวให้กับ ทีมเชลซีซักเท่าไหร่ ก็อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าแดนกลางคนละราคากัน

 

 

 

 

ในที่สุด ความพยายามของเจ้าบ้านก็ได้มาประสบความสำเร็จช่วงทดเจ็บในจังหวะเซตพีซที่ อังเคล ดิ มาเรีย ซึ่งวันนี้พกรองเท้าเตะฟิลด์โกล์อย่างเดียว เปิดให้พี่ฟูโหม่งติด ติโบต์ กูร์กตัวส์ ก่อนที่บอลเจ้ามาเข้าทางโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยิงซ้ำเข้าไป

 

ทำให้จบเกมผลเสมออาจจะไม่ถูกใจทีมเยือนนัก แต่ส่วนตัวก็มองว่าเหมาะสม เพราะหลายจังหวะที่เชลซีเองก็ไม่เด็ดขาดและต้องให้เครดิตแนวรุกของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีของแบรนด์อย่าง ฟาน เพอร์ซี่ อยู่ด้วย

 

และถ้าดูจากสถิติอาจจะแปลกใจนิดๆ เพราะ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสยิงมากกว่า

  • ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ยิง 19 ครั้ง
  • ทีมเชลซี  ยิง 9 ครั้ง และเปอร์เซ็นต์การครองบอลที่เท่ากัน

 

ซึ่งนั้นถือว่า หลุยส์ ฟาน กัล กับ โจเซ่ มูรินโญ่ อดีตศิษย์กับอาจารย์ที่เจอกันครั้งแรกบนแผ่นดินอังกฤษ ถ้าเป็นภาษามวย ฟาน ฮัล เฉือนชนะคะแนนแบบไม่เอกฉันท์ เพราะไม่แพ้ตามที่หวัง ส่วน มูรินโญ่ ไม่ชนะตามเป้าหมายครับ ติดตามชมไฮไลท์ฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่ ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก

วิเคราะห์บอล ที่สุดของที่สุดในช่วงเริ่มออกสตาร์ต

 

วิเคราะห์บอล ที่สุดของที่สุดในช่วงเริ่มออกสตาร์ต

 

ในเกมส์ฟุตบอลสุดสัปดาห์นี้บรรยากาศของพรีเมียร์ลีกจะกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ ภายหลังที่ได้พักยาวมาถึงสองอาทิตย์เพื่อหลีกทางให้โปรแกรมบอลคณะชาติ โดยแต่ละกลุ่มจักต้องลงมาห้ำหั่นกันอีกครั้ง เพื่อจักไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ทันทีที่ทะลุทะลวงพ้นอีก 31 นัดต่อจากนี้

 

พร้อมทั้งเพราะว่าการขับเคี่ยวกันในช่วงออกสตาร์ตของฤดูกาลกาลนี้ก็ได้ทะลุทะลวงไปแล้ว 7 นัดแรก ซึ่งก็พอจักทำให้มองเห็นภาพได้คร่าวๆ ว่าหน้าตาของฤดูกาลนี้น่าจะออกมาเป็นยังไงบ้าง กับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนได้หยิบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเป็นที่สุดๆ จากช่วงเริ่มต้นต้นฤดูกาลนี้มาให้ดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

 

 

1.นักเตะที่เด่นที่สุด: ดิเอโก้ คอสต้า


เนื่องด้วยการเสริมทัพของเชลซีในซัมเมอร์นี้ดูจักลงล็อกไปหมด ทั้ง 1.ติโบต์ กูร์กตัวส์, 2.เชส ฟาเบรกาส และ 3.ดิเอโก้ คอสต้า ที่ต่างก็ยักย้ายมากับโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น พร้อมด้วยเป็นกำลังสำคัญในการพาสิงโตสีครามทะยานขึ้นจ่าฝูงแบบนำโด่ง

 

ซึ่งตัวของคอสต้าคือคนที่เข้ามาอุดช่องโหว่ ไม่ใช่หรือเข้ามาแก้ปัญหาที่เคยเจอจากฤดูกาลก่อน ให้กับกรุ๊ปของ โจเซ่ มูรินโญ่ ได้อย่างแท้ยิ่ง ด้วยการทำประตูได้อย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งเป็นกอบเป็นกำถึง 9 ลูก เข้าไปแล้วเฉพาะในลีก พร้อมด้วยผลงานของเขาก็โดดเด่นเกินหน้าเกินตาดาวเตะทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่คนไหนๆ จนถึงระยะนี้

 

 

 

2.เป็นเกมที่หักมุมที่สุด :  กลุ่มเลสเตอร์ 5-3 ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ซึ่งหลังจากชนะนัดแรกในฤดูกาลได้ในเกมที่ 4 ด้วยการเปิดบ้านไล่ทุบ พวกควีนส์ปาร์ค 4-0 เหล่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำท่าเหมือนจักเรียกความมั่นใจกลับมาได้

 

พร้อมทั้งปางยกพลไปเยือนอีกหนึ่งน้องใหม่อย่าง ทีมเลสเตอร์ในเกมถัดไป เหล่าปิศาจแดงที่คับคั่งด้วยซูเปอร์สตาร์ทั้งเก่าพร้อมทั้งใหม่ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างจี๊ดจ๊าด และขึ้นนำผลบอล 2-0 อย่างรวดเร็ว ก่อนขยับหนีไปเป็น 3-1 อีกก่อนที่ทุกอย่างจะพลิกผัน ทันทีที่เสียจุดโทษแบบโชคร้ายโดนไล่มา กับโดนตีเสมออีกอย่างรวดเร็ว

 

เพราะภายหลังนั้นทุกอย่างก็ปั่นป่วนไปหมดเหตุด้วยผีแดง ก่อนจะโดนแซงขึ้นนำ 4-3 พร้อมทั้งเหเลื่องลือผู้เล่น 10 คน ในช่วงท้ายเกมจนโดนประตูที่ 5 ปิดท้าย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 853 นัดที่ กลุ่มแมนฯ ยูไนเต็ดลงเตะพรีเมียร์ลีกมา ที่ ปล่อยให้การขึ้นนำ 2 ประตู กลับมาเป็นความพ่ายแพ้ได้

 

 

3.เป็นหมู่ที่สร้างเซอร์ไพรส์ที่สุด: กลุ่มเซาธ์แฮมป์ตัน


เหล่าเซาธ์แฮมป์ตันได้เสียดาวดังของเหล่าไปเป็นกระบิในช่วงซัมเมอร์ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้จัดการคณะ พร้อมทั้งทำท่าว่าจะได้รับผลกระทบเต็มๆ

 

เพราะว่าหลังจากที่ โรนัลด์ คูมัน ได้นำพวกออกสตาร์ตนัดแรกด้วยความพ่ายพ่าย กับในนัดต่อมาก็ทำได้แค่เสมอ

 

แต่ครั้งได้นักเตะใหม่อย่างกราเซียโน่ เปลเล่ เริ่มทำที่จะติดเครื่องได้ในการเข้ามาแทนที่ ริคกี้ แลมเบิร์ต ขณะที่ ดูซาน ทาดิช ก็ได้เข้ามารับหน้าที่สร้างสรรค์เกมแทน อดัม ลัลลาน่า ที่จากไป เหล่านักบุญก็เริ่มทำต้นโชว์ฟอร์มได้อย่างไหลลื่นเหมือนเดิม ไม่ก็อาจจักมากกว่าเดิม จนทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตารางแล้ว หลังชนะติดต่อกันถึง 4 นัด ก่อนจะเพิ่งแพ้อีกครั้งในเกมล่าสุด

 

 

4.เป็นพวกที่เดี้ยงมากมายก่ายกองที่สุด: ฝ่ายอาร์เซนอล

ซึ่งทางด้านของ แชด ฟอร์ไซธ์ สตาฟฟ์โค้ชด้านฟิตเนสของเยอรมัน อำลาพวกแชมป์โลกมาร่วมงานกับทีมอาร์เซนอลในซัมเมอร์นี้

 

กับกลับกลายเป็นว่าฝ่ายปืนใหญ่ยังถูกรุมเร้าด้วยปัญถ้าารบาดเจ็บของนักเตะอื้อเหมือนเดิม หรือไม่ก็อาจจักก่ายกองกว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

ซึ่งขณะดาวดังหลายคนเดี้ยงกันตั้งแต่ต้นซีซั่น จนต้องพักยาวบ้างสั้นบ้างมาเกือบครบตัวหลักๆ แล้ว พร้อมกับอาจจักมีส่วนทำให้ผลงานของทีมไม่เปรี้ยงอย่างที่คาดหวังไว้ พร้อมทั้งยังอยู่เท่าอันดับ 8 ของตารางบอลเท่านั้น จากการชนะแค่ 2 จาก 7 นัดแรก

 

 

5.เป็นซีนที่ดราม่าที่สุด: คราวแฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงประตูกลุ่มเชลซี


พวกเชลซีชนะถึง 6 จาก 7 นัดแรกในฤดูกาลนี้ เพราะว่าเกมเดียวที่เสมอคือนัดที่ไปเยือน เหล่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

นัดนี้ทีมสิงห์ครามเกือบจักเอาชนะ หมู่แชมป์เก่าได้อยู่แล้ว แต่ก็ถูกไม่ยอมโอกาสนั้นเพราะว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด นักเตะที่เคยสร้างสถิติไว้กับหมู่มากมาย ก่อนจักถูก ให้ความเป็นไทตัวออกไปในซัมเมอร์นี้

 

เพราะมิดฟิลด์วัย 36 ปี ได้ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองให้ คณะเรือใบสีฟ้า ซึ่งขอยืมตัวเขามาจาก พวกนิวยอร์ก ซิตี้ ต้นสังกัดใหม่ในเมเจอร์ลีก พร้อมกับได้ยิงประตูตีเสมอฝ่ายเก่าของตัวเองได้ก่อนหมดเวลา 5 นาที กับเป็นไปตามธรรมเนียที่เจ้าตัวจักไม่แสดงความดีใจออกมา

 

เพราะว่าท่านเป็นได้ติดตามชม ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์ฟุตบอล เพิ่มเติมได้เลย

 
ที่มา: http://sport.sanook.com/football/

วิเคราะห์ผลบอล เมื่อแฟนบอลแอร์ฟอร์ซ ปะทะเดือด สาวกกิเลนหลังจบเกม+คลิป

วุ่นวายอีกแล้ว!! เหตุการณ์แฟนบอลทีมแอร์ฟอร์ซ

ปะทะเดือด  แฟนบอลสาวกกิเลนหลังจบเกม+คลิป

 

เหตุการณ์เมื่อวานนี้ 15 ตุลาคม 57 ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นที่สนามธูปะเตมีย์ หลังจบเกมที่ทีมแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี เปิดบ้านพ่าย เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ดผลบอล 0 – 1 โดยภายหลังจบ 90 นาที ได้เกิดเหตุแฟนบอลของทั้งสองทีมเข้าตะลุมบอนกันกลางสนามส่งผลให้มีผู้ได้รับ บาดเจ็บจำนวนมาก

 

โดยที่เหตุการณ์ความวุ่นวายได้เกิดขึ้นภายหลังที่ผู้ ตัดสิน ถนอม บริคุต เป่าจบเกมการแข่งขัน แฟนทีมฟุตบอลของทั้งสองทีมได้มีการส่งสัญลักษณ์เป็นการยั่วยุซึ่งกันและกันก่อนที่ เหตุการณ์จะบานปลายจนเจ้าหน้าที่สนามควบคุมสถานการณ์ไว้ไม่ได้ ก่อนที่จะมีการปะทะกันระหว่างแฟนบอลของทั้งสองทีมเกิดขึ้นอย่างดุเดือด

 

ซึ่งเหตุการณ์ ความวุ่นวายนั้นกินเวลานานกว่า 20 นาทีกว่าที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ก่อนจะมีรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้หญิงและเด็กถูกลูกหลงเป็นจำนวนมาก จนต้องถึงขั้นหามส่งโรงพยาบาล

 

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ในสนามได้ให้ทางกลุ่ม แฟนโปรแกรมบอลทีมเยือนรอสถานการณ์คลี่คลายอยู่ในสนามฟุตบอล ก่อนที่ทางผู้ใหญ่ของทั้งสองสโมสรจะเข้ามาพูดคุยกับแฟนบอลของตัวเองจน เหตุการณ์สงบ และได้ส่งเจ้าหน้าที่ สารวัตรทหารที่คอยดูแลส่งแฟนบอลทีมเยือนกลับบ้านอย่างปลอดภัย โดยเหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหมดกินเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

 

ที่มา: http://sport.sanook.com/107293/

 

 

 

 

มาชมภาพเหตุการณ์วุ่นวายที่สนามธูปะเตมีย์กันหน่อยดีกว่า

สื่อมาร์ก้าเผยแฟนฟุตบอลโหวตเดเคอาเป็นมือ 1 สเปนแทนกาซิยาส

สื่อมาร์ก้าเผยแฟนฟุตบอลโหวตเดเคอาเป็นมือ 1 สเปนแทนกาซิยาส

 

สื่อมาร์ก้าเผยแฟนฟุตบอลโหวตเดเคอาเป็นมือ 1 สเปนแทนกาซิยาส

เมื่อสื่อ มาร์ก้า ได้แบโพลวิเคราะห์บอล แฟนฟุตบอล ทีมกระทิงดุ จำนวน84 เปอร์เซนต์ จากจำนวน 8,534 คน เทเสียงให้ เด เคอา ขึ้นแท่นประตูมือ 1 แทน กาซิยาส ที่ฟอร์มกำลังห่วยแตก

 

ซึ่งในด้านของ มาร์ก้า ที่เป็นสื่อกีฬาชื่อดังแดนกระทิงดุ เปิดเผยโพลสำรวจความคิดเห็นของแฟนบอลชาวสแปนิช ซึ่งระบุเอาไว้ว่า กลุ่มแฟนบอลมากถึง 84  เปอร์เซนต์ต้องการให้ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูจอมหนึบจากสังกัด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขึ้นมาเป็นนายทวารเบอร์ 1 ของทีมชาติ สเปน แทนที่ อิเกร์ กาซิยาส กัปตันทีมจาก เรอัล มาดริด ยอดทีมดังแห่งศึกเวที ลา ลีกา

 

เมื่อกาซิยาส ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำสุดๆ เนื่องจากทำผิดพลาดบ่อยครั้งนับตั้งแต่ ศึก ฟุตบอลโลก 2014 จนกระทั่งศึก “ยูโร 2016″ รอบคัดเลือกที่แพ้ให้กับ ทีมสโลวาเกียผลบอล 1 – 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา 9 ตุลาคม ซึ่งเจ้าตัวทำผิดพลาดในจังหวะเซฟลูกฟรีคิกของ ยูราจ คุชก้า และยืนคุมประตูได้อย่างย่ำแย่ จนถูก มิโรสลาฟ สต็อค โขกตุงตาข่ายง่ายๆ และเป็นประตูชัยของ สโลวาเกีย ในที่สุด

 

และในเวลาล่าสุดล่าสุด “มาร์ก้า” เปิดเผยโพลสำรวจ ซึ่งพบว่า มีแฟนบอลชาว สเปน มากถึง 83.7 เปอร์เซนต์หรือ 7,143 เสียงโหวต จาก 8,534 เสียงโหวต ต้องการให้ เด เคอา ขึ้นแท่นเป็นนายทวารตัวจริงทีมชาติ สเปน ส่วนอีก 16.3 เปอร์เซนต์ จาก 1,391 เสียงโหวต ยังโหวตให้ กาซิยาส เป็นมือ 1 ต่อไป

 

ที่มา: http://sport.sanook.com/106359/

แฟนปืนเฮ!โอซิลโพสต์ข้อความสยบข่าวซบเสือใต้

แฟนๆ ฟุตบอลทีมปืนคงจะได้เฮ !

โอซิลโพสต์ข้อความสยบข่าวซบเสือใต้

 

แฟนๆ ฟุตบอลทีมปืนคงจะได้เฮ !   โอซิลโพสต์ข้อความสยบข่าวซบเสือใต้

 

คงจะทำให้สาวกใจชื้นนะ  ! หลังจากที่เมซุต โอซิล ดาวเตะเลือดเบียร์ ได้ทวีตข้อความพร้อมเล่น จนถึงนัดสุดท้ายกับ “ทีมปืนโต” สยบข่าวซบอก “ทีมพี่เสือ”

 

ซึ่งหลังจากที่ เมซุต โอซิล เป็นเพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งของ อาร์เซน่อล ยักษใหญ่แห่งเวที ไฮไลท์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้ออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจให้แก่เหล่าสาวกทีม “เดอะ กันเนอร์ส” ได้ดีใจกันว่า เขาจะอยู่ในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จนกว่าสัญญาจะหมดลง หลังมีข่าวลือที่จะย้ายไปอยู่กับ บทีมาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมเมือง “เบียร์” มากมาย

 

โดยที่กองกลางทีมชาติเยอรมัน นั้นได้โพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังว่า “ผมก็ต้องขอขอบคุณแฟนบอลทุกๆ คนที่คอยเป็นกำลังใจให้ผมตอนกำลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ ผมจะกลับมาลงสนามตามเดิมให้เร็วที่สุดอย่างแน่นอน ทั้งตอนนี้และต่อๆ ไป”

 

โดยที่ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าตัวของ โอซิล นั้นเริ่มไม่มีความสุขกับ ทีมอาร์เซน่อล หลังจากที่ อาร์แซน เวนเกอร์ เทรนเนอร์ของทีม จับเขาไปเล่นตำแหน่งที่ไม่ถนัดจนไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ พร้อมกับที่ ทีมบาเยิร์น มิวนิค พร้อมทุ่ม 30 ล้านปอนด์หรือ 1,650 ล้านบาท จึงจะคว้าตัวเขากลับไปค้าแข้งยังลีกบ้านเกิดอีกด้วย

 

 

ที่มา: http://sport.sanook.com/106817/

 

 

มีเฮ!! หลังแลมพ์สชนะการโหวต และซิวแข้งยอดเยี่ยมเรือใบเดือนกันยายน

 

แลมพ์สชนะการโหวต และซิวแข้งยอดเยี่ยมเรือใบเดือนกันยายน

 

มีเฮ!! หลังแลมพ์สชนะการโหวต และซิวแข้งยอดเยี่ยมเรือใบเดือนกันยายน

เมื่อแลมพ์ส ได้ชนะโหวตวิเคราะห์บอลจากสาวก “ทีมเรือใบสีฟ้า” พร้อมผงาดรับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือน กันยายน ด้วยฟอร์มสุดหรู ยิง 4 ตุงจาก 5 เกม

 

หลังจากที่แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งเป็นมิดฟิลด์มากประสบการณ์ของ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับการเทเสียงโหวตจากเหล่าบรรดาแฟนบอล ”เรือใบสีฟ้า” ให้เป็นผู้คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของสโมสรประจำเดือนกันยายน หลังจากโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมสุดๆ

 

ซึ่งแลมพ์ส ในวัย 36 ปีย้ายจาก ทีมนิวยอร์ค ซิตี้ มาอยู่กับ ทีมแมนฯ ซิตี้ ในสัญญายืมตัว 6 เดือน

  1. นัดที่ 1 เจ้าตัวนั้นได้เปิดตัวเกมแรกในนัดที่ไฮไลท์ฟุตบอลเสมอกับ ทีมอาร์เซน่อล 2-2
  2. นัดที่ 2 ก่อนจะมาประเดิมประตูแรกในนัดที่เจอกับต้นสังกัดเก่า ทีมเชลซี แถมเป็นฮีโร่ซัดประตูตีเสมอ 1-1 ช่วงท้ายเกมอีกด้วย
  3. นัดที่ 3 จากนั้นก็เหมาคนเดียว 2 ประตูในเกม แคปิตอล วัน คัพ ที่ถล่ม เชฟฟิลด์ เว้นสเดย์ 7-0
  4. นัดที่ 4 ตามมาด้วยอีก 1 ประตูในเกมที่บุกชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 4-2

 

และด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมทำให้แฟนบอล “ทีมเรือใบสีฟ้า” โหวตให้ แลมพาร์ด เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของทีมประจำเดือนกันยายน

 

ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้โพสต์ข้อความผ่าน “ทวิตเตอร์” สื่อสังคมออนไลน์ของสโมสรอย่างเป็นทางการว่า “แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้รับการโหวต @EtihadAirways ให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายน http://manc.it/1w1jpip  #mcfc”

 

ที่มา: http://sport.sanook.com/106813/