ข่าวทีมเรอัลมาดริด,ฮาเมสมาแล้วจะเล่นตำแหน่งไหนดีมาวิเคราะห์บอลด้วยกันดีกว่า

ฮาเมส โรดริเกวซ ตัวนี้จะเล่นแผนไหนดี?

ฮาเมส โรดริเกวซ ตัวนี้แผนไหนดี?

เรอัล มาดริด … ในที่สุดหนูก็เสร็จป๋าจนได้นะ

เมื่อฮาเมส โรดริเกซ ได้ย้ายเข้าสังกัดทีม ราชันชุดขาว ตามคาด และด้วยค่าตัวแพงระยับระดับ 80 ล้านยูโร แพงสุดเป็นอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์การซื้อ-ขาย และเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสร รองจาก 1.แกเร็ธ เบล 100 ยูโร และ 2.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 94 ล้านยูโร

เพราะฉะนั้นคนอย่าง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ท่านประธานผู้ซึ่งหมกมุ่นกับการสะสมดาวดังไม่ต่างจากโอตาคุสะสมฟิกเกอร์ตัวการ์ตูนนั้นคงไม่ปล่อยให้ คาร์โล อันเชล็อตติ ลูกจ้างตำแหน่งเฮดโค้ชเก็บของเล่นชิ้นใหม่ไว้บนม้านั่งข้างสนามอย่างแน่นอน

 

อยากได้ตัว เงินถึงก็ซื้อเลย จบนะ

โดยที่กุนซือชาวอิตาเลียนนั้นจึงหนีไม่พ้นงานเข้า อีกแล้ว แม้ว่าจะเพิ่งปวดหัวมาหมาดๆ กับการซื้อแบบไม่คิดของเจ้านายคนดังในฤดูกาลที่ผ่านมา ไหนจะ อิสโก้ ราคา 27 ล้านยูโร แล้วยังจะ อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้ ราคา 32 ล้านยูโร จนสุดท้ายต้องเปลี่ยนแท็กติกกันวุ่นวาย และกว่าจะตั้งหลักกลับมาได้ก็เสียเวลากันไปมากมายพอสมควร

ซึ่งเรียกว่าการซื้อคราวนั้น จะเป็นเกาไม่ถูกที่คัน อย่างแท้จริง หลัง 2 ดาวรุ่งค่าตัวแพงไม่ตอบโจทย์สักน้อยนิด และการซื้อครั้งนี้ก็ดูจะเป็นการเกาผิดที่ผิดทางอีกหนด้วยเหมือนกัน โดยโพลสำรวจจาก โกลดอทคอม ระบุชัด 71.8% มองว่าเอาเงินค่าตัว ฮาเมส ไปจัดคอนเสิร์ตคืนความสุข เอ๊ย ไปซื้อนักเตะในตำแหน่งอื่นมาเสริมทัพดูจะเป็นประโยชน์มากกว่า

คาดว่า อิสโก้ น่าจะถูกแทนที่โดย ฮาเมส แต่ อิยาร์ราเมนดี้ ยังต้องรอดูว่าจะยังได้เล่นหรือไม่

ใครจะรู้ว่า ร่างกายคนเราเส้นประสาทยุ่บยั่บ เกาตรงนั้นอาจจะไปหายคันตรงนู้นก็ได้มั้ง … ไหนๆ ก็ซื้อมาแล้ว ฮาเมส โรดริเกซ ตัวนี้จะเล่นแผนไหนดีหว่าเรามาวิเคราะห์บอลกันดีกว่า

4-3-3 หรือ?

ทีมอย่าง เรอัล มาดริด ซึ่งอยู่ภายใต้ขุมกบาลของกุนซือชาวอิตาเลียนเพิ่งจะปรับจาก 4-2-3-1 มาใช้ระบบ 4-3-3 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยแดนหน้าใช้ “บีบีซี” – 1.คริสเตียโน่ โรนัลโด้, 2.คาริม เบนเซม่า และ 3.แกเร็ธ เบล – ส่วนแดนกลางใช้ 3 ประสาน 1.ชาบี อลอนโซ่, 2.ลูก้า โมดริช และสุดเซอร์ไพรซ์ 3.อังเคล ดิ มาเรีย ซึ่งหุบจากปีกที่เล่นมาทั้งชีวิตมายืนตรงวงกลมกลางสนามอย่างหน้าตาเฉย

โดยที่ บีบีซี กว่าจะหาสูตรให้ 3 คนนี้เล่นด้วยกันได้เล่นเอา อันเช ปวดขหมองอยู่ตั้งนาน

ซึ่งกลับกลายเป็นว่า 1.อลอนโซ่, 2.โมดริช และ 3.ดิ มาเรีย ซึ่งรวมตัวกันแบบงงๆ กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมชนิดเหนือความคาดหมาย

ถึงแม้ว่า อลอนโซ่ จะไม่ใช่สไตล์ระเบิดภูเขาเผากระท่อมคอยวิ่งไล่กระทืบใครต่อใครเพื่อตัดเกม แต่ด้วยชั้นเชิงลูกหนังอาศัยอ่านทางบอลก็ทำให้เจ้าตัวบัญชาเกมรับจากกลางสนามได้สบายๆ โดยมี โมดริช ใช้ความขยันคอยวิ่งผล่านช่วยแบ่งเบาภาระให้เช่นเดียวกันกับ ดิ มาเรีย ซึ่งก็ไม่ได้จะตั้งหน้าตั้งตาบุกอย่างเดียว

คำถามก็คือ … แล้ว ฮาเมส จะเล่นแทนใครดีล่ะ?

โดยหากดูตามรูปการณ์และข่าวลือทั้งหลายทั้งปวงที่มีออกมา หวยน่าจะออกเป็น ดิ มาเรีย ซึ่งถูกโยงว่าจะย้ายไปอยู่กับทีมนั้นทีมนี้ เปิดทางให้ ฮาเมส เสียบตำแหน่งได้อย่างสะดวกโยธิน

ซึ่งเรื่องเสียบตำแหน่งคงไม่ยากนัก แต่ ฮาเมส จะปรับให้เล่นได้อย่าง ดิ มาเรีย คงจะยากน่าดู เพราะต้องไม่ลืมว่า เปเรซ อิมพอร์ต โทนี่ โครส กองกลางทีมชาติเยอรมันเข้ามาเสริมแกร่งด้วยอีกราย และไอ้หมอนี่ก็น่าจะต้องมีตำแหน่งตัวจริงในทีมด้วยเช่นกัน

ดังนั้นหน้าตาแดนกลางของทีมเสื้อขาวก็น่าจะออกมาเป็น 1.ฮาเมส – 2.โมดริช – 3.โครส … เดินหน้าฆ่ามันสไตล์ล้วนๆ !!

 

4-3-3 ของทีมมาดริดยุค ฮาเมสและโครส จะได้หน้าตาประมาณนี้นะ

ซึ่งถ้าเป็นชุดนี้จริงๆ กองหลังคงได้วิ่งกันตาเหลือกแน่ แถมแต่ละรายก็ควรค่าแก่การไว้วางใจกันอย่างสุดๆ 1.มาร์เซโล่ (บุกเป็นปีก), 2.เปเป้ (โฉ่ง), 3.เซร์คิโอ รามอส (ฉ่าง) ส่วนแบ็กขวาจะเป็น 1.ดานี่ การ์บาฆาล หรือ 2.อัลวาโร่ อาร์เบลัว ศักยภาพของทั้ง 2 คนนี้ก็คงจะเป็นเครื่องหมายคำถามไม่ต่างกัน

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ลองดัน ฮาเมส ขึ้นไปเล่นกองหน้าแทน เบนเซม่า หรือถ่างไปยืนคุมเป็นปีกซ้ายแทนตำแหน่ง โรนัลโด้ แล้วให้ซุป’ตาร์โปรตุกีสขยับขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าเต็มตัว เบนเซม่า ซวยอีก เชื่อเหลือเกินว่าสูตรนี้น่าจะถูกใจใครหลายคน หลัง ฮาเมส พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเล่นตรงริมเส้นฝั่งซ้ายได้อย่างไม่เคอะเขิน แต่ โรนัลโด้ ก็พิสูจน์แล้วเช่นกันว่าเขาไม่เล่นเป็น “ศูนย์หน้าตัวเป้า” จะดีกว่า

“4-2-3-1″

ตามหลักความจริงแล้วนี่น่าจะเป็นแผนในอุดมคติของกุนซือหน้าอวบอย่าง “คาร์เล็ตโต้” แต่ให้เผอิญว่า “หัวใจ” ในระบบ 4-2-3-1 ที่เขามีในฤดูกาลที่แล้วนั้นยังไม่แข็งแรงพอ

ซึ่งไม่ใช่ “หัวใจ” ในหนังเกาหลีหรือละครไทยหลังข่าว แต่เป็น “ตำแหน่งสำคัญ” ซึ่งจะทำให้ระบบเกิดประสิทธิภาพได้มากน้อยขนาดไหน – หมายเลข 10 – นั่นเอง

โดยหลังการจากไปของจอมทัพทีมชาติเยอรมัน เมซุต โอซิล ตำแหน่งของเจ้าตัวก็ถูกแทนที่ด้วย อิสโก้ ความหวังใหม่ของคอลูกหนังเมืองกระทิงซึ่งโชว์ฟอร์มได้ฉมวกเพชรเด็ดดวงเหลือเกินใน ยูโร U-21 2013 แต่กลับกลายเป็นว่ามาสอบตกใน ซานติอาโก้ เบร์นาเบว อย่างพลิกความคาดหมาย

แผน 4-2-3-1 โดยดึง เบนซ์ มาตัด อลอนโซ่ทิ้ง แบบนี้เกมรับแย่แน่ๆ

และอิสโก้ซึ่ง สอบไม่ผ่านกับการเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนี้ แต่ ฮาเมส ซึ่งแจ้งเกิดแบบเต็มๆ กับเวทีใหญ่อย่าง ฟุตบอลโลก 2014 ด้วยผลงานจ่ายก็เยี่ยม ยิงก็ยอด แถมตำแหน่งจอมทัพยังเป็นตำแหน่งสุดโปรดของเจ้าตัวอีกต่างหาก สมควรคาดหวังได้อย่างแรงว่าเจ้าตัวจะเป็น “หัวใจ” และจะไม่ “ล้มเหลว” กับระบบนี้

ถ้า 1.ฮาเมส อยู่ตรงกลาง, 2.โรนัลโด้ อยู่ทางซ้าย, 3.เบล อยู่ทางขวา, มี 4.เบนเซม่า ยืนค้ำเป็นหน้าเป้า แถมมีห้องเครื่องอย่าง 5.โครส กับ 6.โมดริช คอยเชื่อมเกม แค่นึกก็มันส์แล้วพะยะค่ะ

และหากเป็นในวิดีโอเกม เรอัล มาดริด ชุดนี้คงจะถูกจัดขึ้นทำเนียบเป็นทีมโคตรโกงประดุจหนึ่ง บราซิล ใน “วินนิ่ง อีเลฟเว่น” ซึ่งจะถูกสั่งแบนไม่ให้ใช้เพื่อให้เกิดความสูสีในการแข่งขันระหว่างเพื่อนฝูงอย่างแน่นอน

แต่ในชีวิตจริงไม่ใช่วิดีโอเกม และวิดีโอเกมก็ไม่ใช่ชีวิตจริง

ซึ่งหากจัดไลน์อัพให้เป็น 1.เบนเซม่า – 2.โรนัลโด้, 3.ฮาเมส, 4.เบล – 5.โมดริช, โครส ทีมชุดนี้คงทำได้แค่ไล่ตบสมันน้อยเท่านั้น หากเจอทีมใหญ่ในระดับเดียวกันมีหวังโดนอัดกลิ้งเป็นลูกขนุนชัวร์ป๊าบ หลังมองหาสมดุลเกมรับตรงพื้นที่กลางสนามไม่เห็นเลย และชื่อ “โคล้ด มาเกเลเล่” อาจจะโผล่แว่บขึ้นมาบนหน้าสื่ออีกครั้งก็ได้

(?-?-?-)

หรือในบางทีเราอาจจะได้เห็นแท็กติกใหม่เอี่ยมอ่องของกุนซือสมองเพชร อันเชล็อตติ ซึ่งจะสามารถเสกให้ลูกรัก เปเรซ ลงสนามอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกคนก็เป็นได้ หลัง เปเรซ เคยทำให้เทรนเนอร์รายอื่นๆ เค้นสมองจนสามารถยัดทะนาน “กาลาติกอสรุ่นแรก” ที่มี

1.ซีเนดีน ซีดาน

2.หลุยส์ ฟิโก้

3.โรแบร์โต้ คาร์ลอส

4.โรนัลโด้

5.เดวิด เบ็คแฮม และ

6.ราอูล กอนซาเลซ ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงได้สำเร็จมาแล้ว (แม้ในแง่ของผลการแข่งขันจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จอะไรมากนักก็ตาม)

ในโลกลูกหนังมีแท็กติกแปลกๆ เกิดขึ้นเยอะแยะ และหากวันดีคืนดีมีโอกาสได้เห็นแท็กติก 0-5-5 จาก เรอัล มาดริด ก็จงอย่าประหลาดใจในเมื่อพวกเขามีกองหน้าและกองกลางระดับโลกเดินเหยียบตาปลากันให้วุ่นทั้ง

1.คริสเตียโน่ โรนัลโด้

2.คาริม เบนเซม่า

3.แกเร็ธ เบล

3.โทนี่ โครส

4.ฮาเมส โรดริเกซ

5.ซามี่ เคดิร่า

6.ชาบี อลอนโซ่

7.ลูก้า โมดริช

8.เฆเซ่ โรดริเกซ

9.อังเคล ดิ มาเรีย

10.อิส โก้

11.อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้ ฯลฯ

 

เบลกล่าวว่าขอเหมา6แชมป์กับทีมชุดขาว

เบลกร้าวขอเหมา6แชมป์กับชุดขาว

โปรแกรมบอล : โดยที่ เบล กร้าวขอเหมา 6 แชมป์กับพลพรรคทีม ”ราชันชุดขาว” หลังฟอร์มหรูฤดูกาลแรกด้วยการดคว้าแชมป์ ”บิ๊กเอียร์”

ซึ่ง แก เร็ธ เบล ปีกร้อยล้านของทีม เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ออกโรงประกาศกร้าวว่าจะขอพาพลพรรค “ราชันชุดขาว” กวาดทุกแชมป์ที่ลงเล่นในฤดูกาลหน้าทั้ง 6 รายการ

และหลังจากที่ฤดูกาลที่ผ่านมาปีกทีมชาติเวลส์รายนี้ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ แถมยังสามารถพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา อีกด้วย

ดดยปีกวานร เทพ ได้กล่าวถึงเป้าหมายของตนเองและสโมสรในฤดูกาลที่จะถึงนี้ว่า “เราต้องเล่น 6 รายการในปีนี้ และเราก็ต้องการคว้าแชมป์ทั้งหมด มันพิเศษมากที่เกม ยูฟา ซูเปอร์คัพ จะลงเล่นในเมืองคาร์ดิฟฟ์ นี่คือถ้วยแรกที่เราต้องคว้าให้ได้ ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆกับการออกสตาร์ทซีซั่นใหม่ในฐานะทีมที่ดีที่สุดในยุโรป ผมไม่รู้ว่ามันจะทำให้เรากดดันกว่าเดิมหรือไม่ แต่ที่แน่ๆเรากระหายความสำเร็จมากกว่าเดิมอีก เราต้องการป้องกันแชมป์ยุโรปให้ได้”

 

อิเนียสต้าดี๊ด๊าหลังจากที่ เป็นตัวเต็งกัปตันบาร์ซ่าเบอร์1

อิเนียสต้าดี๊ด๊าหลังจากที่ เป็นตัวเต็งกัปตันบาร์ซ่าเบอร์1

เหมือนฝันเมื่อ อันเดรส อิเนียสต้า เผยว่า การที่ได้รับแต่งตั้งให้สวมปลอกแขนกัปตันทีม “เจ้าบุญทุ่ม” จะเป็นเหมือนกับฝันเลยทีเดียว หลังถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งในการเป็นกัปตันทีม

ซึ่งอันเดรส อิเนียสต้า มิดฟิลด์จอมเทคนิคของทีม บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ออกมาเปิดเผยว่า หากว่าได้รับแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีม จะเป็นเหมือนกับความฝันเลยทีเดียว หลังถูกยกให้เป็นตัวเต็งที่จะได้รับปลอกแขนกัปตันทีม เนื่องจาก คาร์เลส ปูโยล กัปตันทีมคนเก่าตัดสินใจแขวนสตั๊ด และ บิคตอร์ บัลเดส นายทวารจอมเก๋าก็ย้ายออกไป ส่วนทาง ชาบี เอร์นานเดซ มิดฟิลด์วัย 34 ปี ก็เคยมีข่าวว่าจะย้ายออกจากถิ่น คัมป์ นู

โดยที่ดาวเตะวัย 30 ปี ได้เผยว่า การที่ได้เป็นกัปตันทีม เป็นช่วงเวลาที่จะทำให้คุณมีความสุขและภาคภูมิใจ สำหรับคนที่อยู่กับทีมมานาน ตั้งแต่สมัยเยาวชน การเป็นกัปตันทีมชุดใหญ่ เป็นดั่งความฝันเลยทีเดียว มันเป็นความก้าวหน้า เพราะมันหมายความว่าคุณยังอยู่ในทีมตัวจริง คุณยังพัฒนาต่อไป และคุณยังได้รับความเคารพจากเพื่อนร่วมทีมของคุณ แต่อีกแง่หนึ่ง คือคุณอายุมากขึ้น ทุกๆ อย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

กองกลางทีมชาติสเปน ยังกล่าวเสริมต่ออีกว่า “ประสบการณ์ในชีวิตคุณ ไม่ใช่เพียงแค่ในเรื่องฟุตบอล หรือระดับส่วนบุคคลด้วย แต่มันจะส่งเสริมให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และเป็นนักเตะดีที่ขึ้น นี่เป็นความท้าทายของผม เป็นสิ่งที่ผมจะทำมันในวันนี้ และผมจะทำมันต่อไป” โดยท่ายสามารถติดตามรับชมข่าว ผลบอล ตารางบอล ผลบอลพรีเมียร์ลีก ตารางพรีเมียร์ลีก เพิ่มเติมได้ที่ http://sport.sanook.com/football/premierleague/

 

ซูบี้ยันหนักชาบีอยู่ต่อไม่ชิ่งหนีบาร์ซ่าอย่างที่ลือ

ซูบี้ยันหนักชาบีอยู่ต่อไม่ชิ่งหนีบาร์ซ่าอย่างที่ลือ

ซูบี้ได้ ยืนยันว่า “ชาบี” อยู่รับใช้ “บาร์ซ่า” ต่อยาวๆ ไม่ได้จ่อย้ายทีมตามที่ลือกัน หลังสื่อโหมหนักร่วมเดือนเรื่องเจ้าตัวใกล้ซบ นิวยอร์ก ซิตี้ ตามอย่าง บีย่า และ แลมพาร์ด

ซึ่ง อันโดนี่ ซูบิซาร์เรต้า ผู้อำนวยการเทคนิคทีม บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ ลา ลีกา สเปน ยืนยันแล้วว่า ชาบี เอร์นานเดซ กองกลางตัวเก๋าจะอยู่ค้าแข้งกับทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า สยบข่าวลือเรื่องจะย้ายไปเล่นกับ นิวยอร์ก ซิตี้ ใน เมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ สหรัฐอเมริกา ไปโดยปริยาย

ถึงแม้ว่าดาวเตะวัย 34 กะรัตจะเหลือสัญญากับทีม “เจ้าบุญทุ่ม” อีก 2 ปี แต่ก็มีข่าวลือมาตลอดว่าเจ้าตัวจะย้ายออกจากถิ่น คัมป์ นู ไปปิดฉากอาชีพค้าแข้งกับ นิวยอร์ก ซิตี้ ต้นสังกัดปัจจุบันของ 2 ดาวดังรุ่นเดียวกันอย่าง 1.ดาบิด บีย่า และ 2.แฟร้งค์ แลมพาร์ด

แต่กระนั้น อย่างไรก็ตาม ซูบี้ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้วว่า “ตอนต้นสัปดาห์ ชาบี บอกกับเราว่าเขาจะอยู่กับ บาร์ซ่า ต่อไป ประตูเปิดให้ ชาบี อยู่เสมอ แต่อะไรมันจะดีไปกว่าข่าวที่ว่าเขาจะอยู่ที่นี่ต่อไปล่ะ ที่นี่คือบ้าน แผนการของ หลุยส์ เอ็นริเก้ จะไม่เปลี่ยนแปลงเพราะ ชาบี อยู่ต่อ การมี ชาบี อยู่ในทีมถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ชาบี จะสวมเสื้อหมายเลข 6 ต่อไปอีกนานเท่านานตราบเท่าที่เขาต้องการ”

ทั้งนี้ตัว ชาบี เองถือว่าเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในโลก หลังคว้าแชมป์

1.ลา ลีกา ได้ถึง 7 สมัย

2.โกปา เดล เรย์ 2 สมัย

3.ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัย

4.ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย

5.สโมสรโลก 2 สมัย รวมไปถึงแชมป์ฟุตบอลโลก 1 สมัย (2010) และแชมป์ ยูโร อีก 2 สมัย 1.ปี 2008, 2.ปี 2010 กับทีมชาติสเปน

 

ข่าวพรีเมียร์ลีกสุดฮอตในเวลานี้ในขณะที่เจิดได้รีไทป์ทีมชาติเป็นที่เรียบร้อย

เซอร์เตรียมแฉเบื้องหลังแต่งตั้งมอยส์

เซอร์เตรียมแฉเบื้องหลังแต่งตั้งมอยส์

         สื่อแฉ “เซอร์ เฟอร์กี้” มันส์มือจับปากกาเขียนแฉเบื้องหลังแต่งตั้ง เดวิด มอยส์ คุมทัพ “ปีศาจแดง” พร้อมแสดงความเห็นถึงผลงานอันย่ำแย่ ในหนังสืออัตชีวประวัติฉบับอัพเดทที่จะออกขายช่วงปลายปีนี้
          เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตกุนซือระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมทำให้สาวก “ปีศาจแดง” หายคิดถึงอีกครั้ง เมื่อเขามีแผนการจะออกวางขายหนังสืออัตชีวประวัติฉบับปรับปรุงใหม่ในช่วงปลายปีนี้ โดยในหนังสือดังกล่าวจะมีการพูดถึงเบื้องหลังของการประกาศแต่งตั้ง เดวิด มอยส์ เป็นผู้สืบทอดเก้าอี้ในรั้ว “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” และแสดงความเห็นถึงผลงานของทีมที่ตกต่ำย่ำแย่ในฤดูกาลที่ผ่านมาอีกด้วย
โดยทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า หนังสืออัตชีวประวัติฉบับปรับปรุงใหม่ของ “เซอร์ เฟอร์กี้” จะออกวางจำหน่ายในช่วงเดือน ตุลาคมนี้ ซึ่งนอกจากเรื่องเบื้องหลังการเลือก มอยส์ และผลงานของทีมแล้ว ในหนังสือจะมีการพูดถึงประสบการณ์กับการเป็นครูรับเชิญสอนเหล่านักศึกษาในมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด, ค่ำคืนที่ได้เข้าร่วมงานประกาศรางวัล “ออสการ์” อีกด้วย
           สำหรับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจด้วยตัวเองกับการเลือก เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม เอฟเวอร์ตัน เป็นทายาทเข้ารับงานคุมทีมในรั้ว “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” ต่อจากตัวเอง ช่วงกลางปี 2013 ก่อนที่ผลงานของ “ปีศาจแดง” ในปีดังกล่าว จะตกต่ำย่ำแย่จบฤดูกาลด้วยอันดับ 7 (ผลงานแย่สุดของทีม นับตั้งแต่ลีกสูงสุดของอังกฤษเปลี่ยนชื่อเป็น พรีเมียร์ลีก)

สื่อแฉ!ผีแดงจ่องาบฮุมเมิ่ลส์เสริมหลังบ้าน

สื่อแฉ!ผีแดงจ่องาบฮุมเมิ่ลส์เสริมหลังบ้าน

          สาวก “ปีศาจแดง” ลุ้นกันตัวโก่ง สื่อเผยมีโอกาสคว้าตัว มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ อุดหลังบ้านมากกว่าทีมอื่น ภายหลังที่ “บาร์ซ่า” ถอนสมอแล้ว
“เดอะ มิร์เรอร์” สื่อดังจากประเทศอังกฤษ และ “สปอร์ต” หนังสือพิมพ์กีฬารายวันของประเทศสเปน รายงานว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขยับเข้าใกล้การคว้าตัว มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ ปราการหลังตัวแกร่งของ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังในบุนเดสลีกา เยอรมัน ด้วยค่าตัวแค่ 16 ล้านปอนด์ (880 ล้านบาท) เท่านั้น          ด้านสื่อดังจากเมืองกระทิงดุระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสคว้าตัว ฮุมเมิ่ลส์ มากยิ่งขึ้นไปอีก ภายหลังที่ บาร์เซโลน่า ยอดทีมจากลา ลีกา ตัดสินใจล้มเลิกความพยายามในการซื้อตัวกองหลังทีมชาติเยอรมันมาร่วมทัพเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ ดอร์ทมุนด์ ก็เพิ่งเซ็นสัญญากับ มัทธีอัส กินเทอร์ แนวรับดาวรุ่งวัย 19 ปี เข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนแล้วเช่นกัน

ทั้งนี้ แนวรับวัย 25 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นและมีส่วนช่วยให้ “อินทรีเหล็ก” คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลด้วย โดยยิงได้ถึง 2 ประตู

ทอสเทาผิดหวังหนูแอนโตมาอย่างอ่อน

ทอสเทาผิดหวังหนูแอนโตมาอย่างอ่อน

            ทอสเทา ยอมรับ สุดผิดหวัง กับ อันแดร์สัน ที่ไม่สามารถขึ้นมาเป็นยอดนักเตะได้ ทั้ง ๆ ที่ตอนสมัยเป็นดาวรุ่งนั้นเก่งแบบไร้คนต่อกร
ทอสเทา ตำนานนักเตะทีมชาติบราซิล ชุดแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1970 ยอมรับ เขารู้สึกผิดหวังกับ อันแดร์สัน กองกลางรุ่นลูก จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งศึก พรีเมียร์ อังกฤษ เป็นอย่างมาก กับการที่ตัวของดาวเตะร่างอวบ ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะของวงการได้ ทั้ง ๆ ที่เคยเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่น่าจับตามองที่สุดในวงการ เมื่อหลายปีก่อน             อันแดร์สัน นั้นย้ายจาก เอฟซี ปอร์โต้ ในโปรตุเกส มาร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2007 แต่กลับไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีม “ปีศาจแดง” ได้ จนในซีซั่นล่าสุดก็ถูกปล่อยให้ ฟิออเรนติน่า ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ยืมตัวไป ซึ่ง ทอสเทา ยอมรับเมื่อได้มองย้อนไปเมื่อสมัย อันแดร์สัน โดดเด่นสุด ๆ เมื่อสมัยเป็นดาวรุ่ง ยิ่งทำให้เขาเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นนักเตะในสภาพปัจจุบัน

ทอสเทา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ”เมื่อนักเตะบราซิล ย้ายมาเล่นให้ พรีเมียร์ ลีก ผมคิดว่าพวกเขาต้องมีวินัยมากขึ้น และเรียนรู้ที่จะเก็บผลการแข่งขัน รวมถึงการพัฒนาด้านแท็กติก ประเด็นก็คือ คุณสามารถเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้ได้ ควบคู่กับเทคนิค ที่คุณมี ถ้าหากว่าพวกเขาทำไม่ได้ มันก็เป็นความผิดของพวกเขา กรณีของ อันแดร์สัน นั้นมันคลาสสิก มาก ๆ เพราะ ถ้าคุณจำเมื่อสมัยเขาเป็นดาวรุ่งได้ ตอนนั้นเขาเก่งระดับ เนย์มาร์ เลยทีเดียว แต่หลังจากมาที่นี่ เขากลายเป็นนักเตะที่เดาทางได้ง่ายมาก ๆ ”

“แต่คนที่สมควรถูกตำหนิมากที่สุดก็คือเขา ไม่ใช่เพราะพรีเมียร์ ลีก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ใช่คนบราซิล แต่เขาสามารถเติบโต ทั้งในด้านแท็กติก และ พัฒนาเทคนิคจากการมาเล่นที่อังกฤษ อันแดร์สัน เป็นผู้เล่นทักษะดี แต่ไม่มีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการนำทักษะของเขามาใช้ในเกมใหญ่ ๆ ได้ เหมือนกับ โรบินโญ่ เขาทำทุกอย่างกับลูกบอลได้ตามใจนึก แต่พอถึงเวลาที่ทีมต้องการเขา เขาก็หายไปทันที ผิดกับ เนย์มาร์ ที่แตกต่างออกไป เขาสามารถทำให้คนเป็นล้านมีความสุข รวมทั้งยังสามารถแบกรับความหวังของคนทั้งชาติแบบซูเปอร์สตาร์ในอดีตได้อีกด้วย”

มูลั่นพร้อมเผชิญหน้าผีวัดกึ๋นฟานกัล

มูลั่นพร้อมเผชิญหน้าผีวัดกึ๋นฟานกัล

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส ประกาศพร้อมพา”สิงห์บลูส์”เชลซี ลงสนามเผชิญหน้ากับ”ผีแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริร่วมลีก ที่ได้ หลุยส์ ฟาน กัล เป็นนายใหญ่คนใหม่เลือดดัตช์ ซึ่งทั้งคู่เคยร่วมงานกันในอดีต สมัยที่อยู่ บาร์เซโลน่า ตลอดเวลา 3 ปี

ความเคลื่อนไหวของถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ล่าสุด! โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือทีมเชลซี ก็ออกมาเผยกับผู้สื่อข่าวว่า!”ผมไม่กังวลเลยที่เขามาอยู่ที่นี่ เพราะตอนนี้ผมกำลังมองถึงการนำทีมเจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีอะไรน่ากังวลเลย ที่ผ่านมาผมได้ดูเขาในงานแถลงข่าว ความซื่อตรงและเปิดเผยนั่นแหละคือความเป็น ฟาน กัล และเขาก็จะเป็นแบบนี้เสมอ”

“เขาเป็นกุนซือที่ดี และจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียกว่าเราต่างก็มีโค้ชที่สุดยอดด้วยกันทั้งคู่ หลุยส์ คือโค้ชที่ดีที่สุดในเวิลด์คัพ เป็นเพื่อนที่ดี ผมเคารพในตัวของผู้ชายคนนี้ และเขาสามารถทำงานดีขึ้นกว่านี้ได้อีก เขามีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ทุกๆสถานการณ์ เขาทำผลงานได้สุดยอดจริงๆ”

“ผมตั้งตาคอยที่จะนำทีมลงเล่นในเกมพบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันที่ 26 ตุลาคม ที่สนามโอลด์แทร็ฟ ฟอร์ด) ไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกกังวลใจทั้งนั้น”นายใหญ่ประจำถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ชาวฝอยทอง(โปรตุเกส) กล่าวในที่สุด!

 

“เวนเกอร์”ไม่สนคำพูดมูบอกเชสก์อยากมาสิงห์เมินปืน

“เวนเกอร์”ไม่สนคำพูดมูบอกเชสก์อยากมาสิงห์เมินปืน

“อาร์แซน เวนเกอร์”กุนซืออาร์เซนอลไม่หวั่นคำพูดของมูรินโญ่หลังบอกฟาเบรกาสอยากมาเชลซีเท่านั้น เรื่องนี้ใครพูดจริงใครโกหกรู้อยู่แก่ใจ

ออกมาทำศึกสงครามน้ำลายกันก่อนเกมพรีเมียร์ลีกจะเริ่มสำหรับคู่ปรับเก่าอย่าง”โชเซ่ มูรินโญ่”กุนซือใหญ่ของทีมเชลซีและ”อาร์แซน เวนเกอร์”กุนซือของอาร์เซนอลหลังมูริโญ่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ฟาเบรกาส ไม่เคยคิดที่จะสนใจกลับไปเล่นให้อาร์เซนอลอีกครั้งเลย ทำให้ เวนเกอร์ ออกมาโต้ตอบมูรินโญ่อย่างทันควันว่าไม่สนใจและไม่แคร์กับคำพูดของกุนซือเชลซี

โดยก่อนหน้านี้ ฟาเบกาส อดีตนักเตะของทีมอาร์เซนอลตกเป็นข่าวเตรียมจะย้ายกลับมาร่วมงานกับอาร์เซนอลอีกครั้งแต่สุดท้ายกับกลายเป็นเชลซีทีมคู่ปรับร่วมเมืองจัดการคว้าตัวไปในที่สุดทำให้แฟนบอลอาร์เซนอลอึ้งไปตามๆกัน ทั้งนี้ทำให้กุนซืออย่างมูรินโญ่ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องการย้ายทีมของฟาเบรกาสว่าเจ้าตัวสนใจที่จะย้ายมาร่วมทัพกับเชลซีทีมเดียวเท่านั้นไม่เคยคิดที่จะย้ายไปร่วมทัพกับอดีตทีมเก่าอย่างอาร์เซนอลตามที่เป็นข่าวเลย

อย่างไรก็ตามล่าสุด เวนเกอร์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้พร้อมเปิดเผยว่า “ผมไม่เคยรู้สึกกับคำพูดของคนๆนี้เลย แม้มีหลายคนพูดกันว่าเชสก์อยากไปเชลซี ซึ่งผมไม่รู้หรอกว่าความจริงมันคืออะไรใครโกหก ใครพูดจริง แต่เขาก็ได้ไปอยู่ในที่ที่เขาอยากจะไปเรียบร้อยแล้ว” อาร์แซน เวนเกอร์ กล่าว

 

ฟานกัลเลื่อนตั้งกัปตันผีรอคาร์ริคคืนสนาม

ฟานกัลเลื่อนตั้งกัปตันผีรอคาร์ริคคืนสนาม

ฟาน กัล เลื่อนการแต่งตั้งกัปตันทัพ ”ปิศาจแดง” คนใหม่ รอ คาร์ริค หายเดี้ยงอีก 3 เดือนค่อยว่ากัน คาด ตั้งผู้นำระยะสั้นไปก่อน

หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศเลื่อนการแต่งตั้งกัปตันทีมคนใหม่ออกไปก่อน หลัง ไมเคิ่ล คาร์ริค มิดฟิลด์ประสบการณ์สูงมีอาการบาดเจ็บข้อเท้าระหว่างซ้อมช่วงปรีซีซั่นที่ ลอส แองเจลิส สหรัฐ โดยจะรอให้แข้งวัย 32 ปีกลับมาลงสนามได้ก่อนหรือรออีก 3 เดือนต่อจากนี้ค่อยตัดสินใจ

“ปีศาจแดง” มีโปรแกรมที่จะอุ่นเครื่องกับ แอลเอ กาแล็คซี่ ทีมดังใน เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ วันที่ 23 ก.ค. นี้ ส่วนการเปิดสนามนัดแรกในลีกจะเริ่มต้นวันที่ 16 ส.ค. นี้ โดยระหว่างรอ คาร์ริค กุนซือชาวดัตช์จะแต่งตั้งกัปตันทีมขึ้นมาใช้งานในระยะสั้นไปก่อน

ทั้งนี้ มี 2 ตัวเต็งที่จะได้รับปลอกแขนกัปตันทีมอย่างถาวรคือ เวย์น รูนี่ย์ หรือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

 

เฟอร์ดี้เร้าฟานกัลคืนความเชื่อมั่นให้แฟนผี

เฟอร์ดี้เร้าฟานกัลคืนความเชื่อมั่นให้แฟนผี

                  เฟอร์ดินานด์ ส่งข้อความถึง ฟาน กัล วอนต้องรีบคืนความเชื่อมั่นให้แฟน “ปีศาจแดง”หลังซีซั่นที่แล้วผลงานย่ำแย่แทบกู่ไม่กลับ เชื่อเป็นสิ่งจำเป็นสิ่งแรกที่ต้องเร่งดำเนินการ

                  ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปราการหลังป้ายแดงของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ทีมน้องใหม่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ส่งข้อความอ้อนวอน หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์คนใหม่ของอดีตต้นสังกัดอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าอยากให้นำเอาความเชื่อมั่นกลับมาสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้งให้ได้ หลังทำผลงานได้อย่างย่ำแย่เมื่อซีซั่นก่อน

ดาวเตะวัย 35 ปีอดีตแนวรับ “ปีศาจแดง” ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ”ผมคิดว่าหลังจากที่เราจบฤดูกาลที่อันดับ 7 เมื่อซีซั่นก่อน ฟาน กัล จำเป็นต้องนำและสร้างความมุ่งมั่นในการคว้าชัยชนะ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่ว่าทีมไหนที่ต้องการชนะและคว้าแชมป์ต่างก็ต้องการทั้งสิ้น”

สำหรับ เฟอร์ดินานด์ หมดสัญญากับทีม “ปีศาจแดง” ไปเมื่อตอนจบซีซั่นที่ผ่านมา หลังรับใช้สโมสรมาถึง 12 ปี ทำสถิติลงเล่น 455 นัด ยิงได้ 8 ประตู ก่อนจะตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ “คิวพีอาร์” โดยเซ็นสัญญา 1 ปีด้วยกัน

ถึงเวลา! “เจิด” ประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติอังกฤษแล้ว

ถึงเวลา! “เจิด” ประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติอังกฤษแล้ว

สตีเฟ่น เจอร์ราร์ดในวันนี้ได้ประกาศเลิกเล่นทีมชาติอังกฤษเรียบร้อยแล้ว หลังรับใช้ทีมชาติมายาวนานกว่า 14 ปี

เจอร์ราร์ดได้ขึ้นถึงตำแหน่งกัปตันทีมและเคยไปบอลโลกกับอังกฤษ 3 ครั้ง ในปี 2006 2010 และ 2014 รวมถึงศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 3 ครั้ง

หลังจากเปิดตัวกับทีมชาตินัดพบยูเครนในปี 2000 เจอร์ราร์ดติดทีมชาติไป 114 ครั้ง และเป็นกัปตันทีมได้ 38 นัดทำให้เขากลายเป็นเด็กท้องถิ่นจากฮิวตันที่ติดทีมชาติมากที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับที่ 3

“ผมมีความสุขมากกับการรับใช้ทีมชาติและมันเป็นวันที่น่าเศร้ามากสำหรับผมที่จะไม่มีโอกาสได้ดึงเสื้อทีมชาติมาใส่อีกแล้ว”

“อย่างไรก็ตาม ผมจะได้เดินหน้าต่อไป ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ไม่ว่าทางใดผมก็ยังเดินหน้าของผมไปได้”

คำประกาศอย่างเป็นทางการจาก IG

“ผมต้องขอบคุณครอบครัวของผมและเพื่อนทุกคนที่ช่วยสนับสนุนผมมาอย่างยาวนานในทีมชาติ ผมอยากจะขอบคุณทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งในการติดทีมชาติและอาชีพของผม ตั้งแต่ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษที่ผมเคยได้เล่นให้ทุกคน แน่นอนที่สุด ผู้เล่นทุกคนที่ผมเคยได้เล่นร่วมกันมาโดยตลอด”

“แน่นอนที่สุด กองเชียร์คือสุดยอดไม่แพ้ที่บราซิล พวกเขายังหนุนหลังทีมเสมอแม้ว่าจะได้ผลการแข่งที่น่าผิดหวัง”

“ผมต้องขอบคุณรอย ฮอดจ์สันที่ให้ปลอกแขนกัปตันทีมแก่ผมเป็นการถาวรเมื่อเขาเข้ามาคุมทีม ทำให้ผมกลายเป็นคนที่น่าภาคภูมิใจที่สุดในทีมชาติและประเทศนี้ เป็นคนที่เติมเต็มความฝันของผมในวัยเด็ก”

“เขาเข้าใจผมดีตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาและเป็นคนที่ผมให้ความเคารพอย่างสูง”

“มันเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ผมว่ายากที่สุดในชีวิตผมทบทวนย้อนไปที่บราซิลและได้บอกกับครอบครัว เพื่อนและทุกคนที่ใกล้ชิดผมก่อนจะมาถึงจุดนี้”

“อีกคนที่สำคัญก็คือเบรนแดน ร็อดเจอร์ ซึ่งเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากที่ทำให้ผมดูแลร่างกายเป็นอย่างดีเท่าที่จะทำได้ ทำให้ผมได้เล่นเต็มที่ในสนาม”

“เขาทำให้ผมเชื่อมั่นในการเล่นระดับสูงกับลิเวอร์พูล ผมเชื่อว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและการกลับไปแชมป์เปียนลีกอีกครั้งก็เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจครั้งนี้ด้วย”

รอย ฮอดจ์สันกล่าวว่า

“ขณะที่ผมผิดหวังในการตัดสินใจ ผมก็เข้าใจในสถานการณ์ของเขาดีด้วยและคงจะไปบ่นอะไรเรื่องนี้ไม่ได้แล้ว เพราะสิ่งที่เขาทำให้ทีมชาติมามันสุดยอดเหลือเชื่อแล้ว”

“ผมต้องเคารพการตัดสินใจของเขา”

“เขาเป็นคนที่เหลือเชื่อมากและเป็นคนที่สุดยอดด้วย เราได้เห็นและอวยพรนักเตะในทีมชาติบ่อยๆ ซึ่งมีไม่กี่คนหรอกที่ติดทีมชาติได้มากถึง 114 ครั้งแบบเขา เป็นบทบาทที่เยี่ยมมากสำหรับเขาและผมโชคดีที่ได้รู้จักกับเจอร์ราด”

“เราคงจะคิดถึงความเป็นผู้นำของเขา และเราต้องพยายามผ่านเข้ารอบไปด้วยทีมดาวรุ่ง ผมหวังว่าเขาจะมีอนาคตที่ดี แม้ว่าผมจะทราบดีว่าเขาจะยังสามารถเล่นได้และช่วยทีมชาติได้อยู่ก็ตาม ผมก็จะสนับสนุนเขาและช่วยเหลือเขาต่อไปให้ก้าวเดินไปข้างหน้า”

ที่มา – เว็บไซต์ทางการของสโมสร

วิเคราะห์ผลบอล:ข่าวฟุตบอลเด่นๆเรื่องต่างๆ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

ชาติอุรุกวัย-อาร์เจนฯเต็งเจ้าภาพร่วมบอลโลก2030

ชาติอุรุกวัย-อาร์เจนฯเต็งเจ้าภาพร่วมบอลโลก2030

 

ข่าวการวิเคราะห์บอลเมื่อเดลี่เมล์ ตีข่าวว่า ”จอมโหด” – “ฟ้า-ขาว” เต็งจ๋ารับหน้าเสื่อเจ้าภาพร่วม “เวิลด์ คัพ 2030″ หลัง “ฟีฟ่า” เตรียมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ศตวรรษ ครั้งปี 1930 อุรุกวัย เป็นผู้จัด

สำนักข่าวเดลี่เมล์สื่อกีฬาชื่อดังแดนผู้ดี รายงานว่า อุรุกวัย และอาร์เจนติน่า นั้นกลายเป็นตัวเต็งที่จะได้รับบทบาทเป็นเจ้าภาพร่วมกันจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2030 เนื่องจากเป็นที่คาดกันว่า “ฟีฟ่า” หรือ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ นั้นต้องการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสทัวร์นาเมนท์ “เวิลด์คัพ” นั้นมีอายุครบ 100 ปี เมื่อครั้งที่ อุรุกวัย เป็นเจ้าภาพ 1930

หลังจากที่ในปี 1930  เมื่ออุรุกวัยได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก นั้นก็ดูเหมือนว่าโอกาสในการรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจะไม่มีอีกแล้ว เนื่องจากเป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก มีประชากรเพียงแค่ 3.3 ล้านคนเท่านั้น แต่หลังจากที่พวกเขาได้ทำสัญญากับ อาร์เจนติน่า ในการรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพร่วมกัน  และยิ่ง “จอมโหด” และ “ฟ้าขาว” เคยเจอกันมาในรอบชิงชนะเลิศปี 1930 ทำให้พวกเขานั้นกลายเป็นตัวเต็งที่จะเป็นเจ้าภาพเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ศตวรรษของ ฟุตบอลโลก ทันที ถึงแม้ “ฟีฟ่า” นั้นจะไม่เห็นด้วยในเรื่องของการเป็นเจ้าภาพร่วมกันเหมือน ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เมื่อปี 2002 ก็ตาม

ในขณะที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา นั้นต่างพากันเชื่อว่าน่าจะได้รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ “เวิลด์คัพ 2026″ อย่างไม่มีปัญหา ส่วน อังกฤษ นั้นตกเป็นที่คาดกันว่าน่าจะได้จัดในปี 2034 แต่ก็มีคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ฮอลแลนด์ ซึ่งไม่เคยเป็นเจ้าภาพมาก่อน โดยพวกเขาอาจได้เป็นเจ้าภาพร่วมกับ เบลเยียม เหมือนตอนรับหน้าเสื่อฟุตบอล “ยูโร” ปี 2004 นอกจากนี้ “ฟีฟ่า” ยังให้โอกาส จีน อีกด้วยด้วย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก และเรื่องการตลาดก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว

แน่นอนดูดู้ประกาศรีไทร์ตาหมากรุกเรียบร้อย

ดูดู้ประกาศรีไทร์ตาหมากรุกเรียบร้อย

ถึงเวลาที่ดูดู้ จะประกาศเลิกเล่นทีมชาติกับทัพ “ตาหมากรุก” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังรับใช้ชาติมายาวนานถึง 10 ปี ทำสถิติยิงประตูสูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับที่ 2 อีกด้วย

เมื่อเอร์ดูอาร์โด้ ดา ซิลวา อดีตศูนย์หน้าของ อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาประกาศเลิกเล่นทีมชาติโครเอเชีย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเจ้าตัวเริ่มติดธงตั้งแต่ปี 2004 เรื่อยมา จนสามารถกลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลอันดับที่ 2 รองเพียงแค่ ดาวอร์ ซูเคอร์ หัวหอกรุ่นพี่เท่านั้น

ดาวยิงกองหน้าวัย 31 ปี กล่าวว่า “ผมได้รับโอกาสมา 64 เกมในช่วงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จากเกมแรกของผมในการเจอกับ ไอร์แลนด์ เมื่อปี 2004 ผมยิงได้ 29 ประตู มันทำให้ผมเป็นผู้ที่ทำประตูมากที่สุดในทีมชุดปัจจุบัน ผมต้องขอขอบคุณโค้ชทุกๆ คนที่เชื่อในตัวผม ผมจะจำถึงวันที่ผมเล่นให้กับโครเอเชีย เฉพาะในด้านดีๆ”

ทั้งนี้ดูดู้ ได้ลงเล่นให้กับทัพ “ตาหมากรุก” ไปทั้งสิ้น 64 นัด ยิงได้ถึง 29 ประตู เป็นรอง ซูเคอร์ อยู่ 16 ลูก (45 ประตู) มีส่วนช่วยทีมเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของ ฟุตบอลโลก 2014 เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา แต่ต้องตกรอบอย่างน่าเสียดาย ด้วยการจบเป็นอันดับที่ 3 ในรอบแบ่งกลุ่ม

แก้มแดงยุชุดขาวพร้อมที่จะปล่อยโครสถ้าได้ค่าตัวถูกใจ

แก้มแดงยุชุดขาวพร้อมปล่อยโครสถ้าได้ค่าตัวถูกใจ

ถ้าถูกใจป๋าให้เลยรุมเมนิกเก้ ส่งสารถึงทีม “ราชันชุดขาว” พร้อมปล่อยตัว โครส ทันที แต่ต้องยื่นข้อเสนอค่าตัวที่เหมาะสมมาให้เท่านั้น

เมื่อคาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ผู้บริหารระดับสูงของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ส่งสารยืนยันถึง เรอัล มาดริด ยอดทีมดังแห่งศึก ลา ลีกา สเปน ว่า พร้อมปล่อยตัว โทนี่ โครส มิดฟิลด์เนื้อหอมทีมชาติเยอรมัน ออกจากถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า อย่างแน่นอน หากว่าได้รับข้อเสนอค่าตัวที่เหมาะสมกับนักเตะ

ในขณะที่ โครส ได้ตกเป็นข่าวพัวพันมาอย่างยาวนานกับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี แต่เมื่อไม่นานมานี้ตัวนักเตะออกมาเปิดปากเองว่า ต้องการย้ายไปค้าแข้งกับ “ราชันชุดขาว” ซึ่งทาง รุมเมนิกเก้ ก็ยืนยันชัดเจนว่า ณ เวลานี้ “บาเยิร์น” กำลังเจรจากับ “ราชนัชุดขาว” อยู่ พร้อมกับยื่นคำขาดว่าพร้อมปล่อยตัวแข้งรายนี้ทันทีหากว่าได้รับข้อเสนอที่ถูกใจ

ซีอีโอทัพทีมเสือใต้ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมขอยืนยันได้เลยว่า โทนี่ โครส และเรากำลังเจรจากับทาง เรอัล มาดริด อยู่ ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่ต้องการเสียนักเตะไปฟรีๆ ในฤดูกาลหน้า เรามีความรับผิดชอบทางการเงินที่ต้องดูแล ผมขอพูดเลยว่า เราไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในสัญญาฉบับใหม่ของนักเตะได้ และถ้ามันเป็นอย่างนั้นคุณก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ในการย้ายทีมช่วงหลังจบศึก เวิลด์ คัพ มันเป็นไปได้ที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้น”

ขณะนี้ ดาวเตะวัย 24 ปีย้ายจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาอยู่กับ “บาเยิร์น” เมื่อช่วงปี 2007 แต่ช่วงแรกนั้นผลงานยังไม่เข้าตา จึงถูกปล่อยยืมตัวไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับ “ห้างขายยา” ก่อนจะกลับมาอยู่กับ “เสือใต้” เมื่อปี 2010 และก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ได้มากมายอีกด้วย

เมื่ออดีต ปธ.บาร์ซ่าขอร้องฟีฟ่าทบทวนบทลงโทษซัวเรซ

 

อดีตปธ.บาร์ซ่าร้องฟีฟ่าทบทวนบทลงโทษซัวเรซ

เมื่ออดีตบอสใหญ่ทีม ”เจ้าบุญทุ่ม” หัวหมอคิดร้องฟีฟ่าทบทวนบทลงโทษซัวเรซ ชี้เป็นบทลงโทษที่แรงเกินไป และส่งผลกระทบกับสโมสร
เหตุจากที่ โจน กัสปาร์ อดีตประธานสโมสรบาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ออกมาเรียกร้องให้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ชี้แจงเหตุผลที่มีมติลงโทษ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวใหม่ของทีมห้ามลงสนาให้ทีมชาติอุรุกวัย 9 เดือนและห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลอีกถึง 4 เดือน โดยชี้ว่าบทลงโทษดังกล่าวไม่มีความเป็นธรรมและส่งผลกระทบกับทัพ “เจ้าบุญทุ่ม” โดยตรงในการสู้ศึกฤดูกาลหน้า

และอดีตบิ๊กบอสบาซ่า ได้กล่าวถึงบทลงโทษของ ฟีฟ่า ที่มีต่อ ซัวเรซ ว่า ”ฟีฟ่า ต้องตระหนักว่า พวกเขาไม่สามารถตำหนิสโมสรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ผมคิดว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับบทลงโทษที่รุนแรงเกินไป และแน่นอนว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับ บาร์เซโลน่า ด้วยเหตุนี้ผมจึงหวังว่า ฟีฟ่า น่าจะทบทวนบทลงโทษอีกครั้ง ที่จะไม่ส่งผลกระทบกับสโมสร”

ผลบอลกับผลการโหวตของเว็บ 555.in.th

ผลบอลกับผลโหวตของ 555.in.th

ได้จบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ได้แชมป์ที่ทำผลงานดีมาตลอดการแข่งขันอย่างเยอรมัน ผลการแข่งขันจริงก็ได้รู้กันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูผลโหวตจากสาวกบอลโลกจากเว็บไซต์ 555.in.th กันดีกว่า

เมื่อเจ้าถิ่นอย่างทีมบราซิล แม้จะพลาดแชมป์บอลโลกไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ได้แรงใจจาก 33% ของชาว 555.in.th ให้ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของทีมที่คาดว่าจะได้แชมป์ฟุตบอลโลกปีนี้ไป แซงนำแชมป์ที่แท้จริงอย่างเยอรมันซึ่งมีผลโหวตเข้ามาเป็นอันดับ 2 ไปเกือบเท่าตัว! ถึงแม้ว่าแรงเชียร์จากชาว 555.in.th จะน้อยกว่า แต่ฟอร์มจริงโหดสมกับที่ได้เป็นแชมป์ปีนี้สุดๆ ตามมาติดๆกับกับผลโหวตอันดับ 3 อย่างฮอลแลนด์ที่มาแรงโดยการถล่มบราซิลไป 3 ประตูต่อ 0 คว้าอันดับสามในฟุตบอลโลกครั้งนี้สมใจชาวอัศวินสีส้มกันไปทั้งประเทศ

และถึงแม้ว่าเมสซี่ และ ฮาเมส โรดริเกซ นั้นจะได้นักฟุตบอลยอดเยี่ยมและดาวซัลโวในฟุตบอลโลกครั้งนี้ไป แต่ผลโหวตจากชาว 555.in.th ต้องยกให้กับ เนย์มาร์ ที่ถึงแม้ว่าจะทำให้แฟนๆใจหายไปกับอาการบาดเจ็บ แต่กำลังใจก็ยังส่งให้ไม่มีหยุด มีคะแนนโหวตเข้ามาเป็นอันดับ 1 ทั้งผลโหวตนักฟุตบอลยอดนิยม และดาวซัลโว

ต้องขอขอบคุณสาวกบอลชาว 555 ทุกคนที่ร่วมสนุกกับการโหวตแชมป์บอลโลกปี 2014 นี้ แล้วมาเจอกันอีกที 4 ปีข้างหน้าที่รัสเซีย!

ถึงกับจุกเมื่อแฟนม้าลายโห่ไล่ตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน

ถึงกับจุกเมื่อแฟนม้าลายโห่ไล่ตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน

นายอัลเลกรี จุกเมื่อเจอแฟนบอลม้าลาย โห่ไล่หลังเข้ารับงานคุมทัพ “ยูเว่” ต่อจาก คอนเต้ ที่ลาออก แถมมีการขุดคุ้ย “ทวิต” แฟนสาวของเจ้าตัวที่เคยโพสต์โจมตีสโมสรมาแล้วเมื่อปี 2012

นายมัสซิมิลิอาโน่ อัลเลกรี เทรนเนอร์ใหม่แกะกล่องของ ยูเวนตุส แชมป์เก่าแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มีอันต้องพบกับแรงเสียดทานจากบรรดาแฟนบอลของทัพ “เบียงโคเนรี่” ตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน หลังจากมีการขุดคุ้ยข้อมูลต่างๆ มาเล่นงานนายใหญ่รายนี้จนถึงขนาดมีการเผยแพร่ข้อความของแฟนสาวของ อัลเลกรี เมื่อปี 2012 ที่เจ้าตัวเคยโพสต์ในทำนองโจมตีทัพ “ม้าลาย” เกี่ยวกับคดี “กัลโช่ โปลี” หรือเกี่ยวกับคดีล็อกผลการแข่งขันนั่นเอง

“แม็กซ์” เพิ่งจะเข้ามารับงานต่อจาก อันโตนิโอ คอนเต้ ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงต่อต้านของแฟนบอลทัพ “ม้าลาย” ที่ไม่ค่อยพอใจสโมสรจนถึงขนาดมีการขุดคุ้ยข้อความที่แฟนของ อัลเลกรี โพสต์ถึง ยูเวนตุส เมื่อปี 2012 โดยมีใจความว่า “ยูเว่ คือความอัปยศของอิตาลี ผู้ตัดสิน ซิลวิโอ มาสโซเลนี่ คือแมน ออฟ เดอะ แมตช์ เขามอบทั้งซิการ์และหมวกให้กับ คอนเต้ เขาเป็นผู้ที่ทำให้ คอนเต้ ดูยิ่งใหญ่ มันเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี”

และนอกจากนี้ ล่าสุดยังมีรายงานมีแฟนบอลของทัพ “เบียงโคเนรี่” จำนวนราว 300 รายออกมาประท้วงสโมสรบริเวณด้านหน้าสนาม วิโนโว่ สนามซ้อมของ “ยูเว่” ทันทีที่่ทำการแต่งตั้ง อัลเลกรี ขึ้นรั้งบังเหียนต่อจาก คอนเต้ และมีรายงานว่า แฟนบอลอาวุโส 5 รายได้รับอนุญาตจากสโมสรให้เข้าไปพูดคุยแบบเปิดอกกับ อัลเลกรี และ เบ็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการสโมสรด้านในสนามซ้อมด้วย

จบข่าวนะ เมื่อบิ๊กยูเว่ยันชัดวิดัลไม่ได้มีไว้ขาย

ประกาศจูเซ็ปเป้ มาร็อตต้า บิ๊กบริหารทัพ “ม้าลาย” ยันเอง อาร์ตูโร่ วิดัล ไม่คิดย้ายออกจากทีม และยังมีความสุขดีกับสโมสร แถมตนเองก็ไม่คิดจะปล่อยตัวนักเตะให้กับ “ปีศาจแดง” อีกด้วย

นายใหญ่จูเซ็ปเป้ มาร็อตต้า ประธานบริหารของสโมสร ยูเวนตุส ทีมแชมป์สมัยล่าสุดของเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ออกมายืนยันว่าทัพ “ม้าลาย” ไม่สนใจที่จะปล่อยตัว อาร์ตูโร่ วิดัล กองกลางคนสำคัญ ออกจากทีมไป และตัวนักเตะเองก็ยังคงมีความสุขดีที่จะอยู่กับสโมสรต่อไป

สตาร์ทีมชาติชิลีที่ตกเป็นข่าวกับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาพักใหญ่ อย่างไรก็ตามข่าวลือต่างๆ ก็น่าจะยุติลงเมื่อบิ๊กบริหารของทัพ “ม้าลาย” ได้ออกมากล่าวว่า “อาร์ตูโร่ วิดัล ไม่ได้มีไว้ขาย เขาคือนักเตะคนสำคัญของทีมเรา และเขายังคงมีความสุขดีที่นี่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตัดสินใจของเขา เราได้ถามเขาแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ และนักเตะก็เพิ่งจะยืนยันเองเมื่อวานนี้ว่า เขามีความสุขที่จะอยู่กับสโมสรต่อไป”

ทั้งนี้ ทีมยูเวนตุส เพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่ออยู่ดี ๆ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือคนเก่งของทีม ก็ได้ประกาศลาออกแบบกะทันหัน เมื่อวันอังคารที่ 15 กรกฏาคมที่ผ่านมา และล่าสุดทัพ “เบียงโคเนรี่” ก็ได้แต่งตั้ง มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี เข้ามาคุมทีมแทนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังไม่ทราบอยู่ดีว่า วิดัล วัย 27 ปี จะอยู่ในแผนการทำทีมของนายใหญ่คนใหม่หรือไม่

เก็บตกข่าวบอลโลก,ควันหลงฟุตบอล 2014ชมกันได้แล้วที่นี่

 

โคลเซ่แย้มอำลาทีมชาติรอตัดสินใจสัปดาห์นี้

 

โคลเซ่แย้มอำลาทีมชาติรอตัดสินใจสัปดาห์นี้

 

วิเคราะห์บอล : “โคลเซ่” แย้มเป็นนัยอาจถึงเวลาเลิกรับใช้ชาติ หลังเพิ่งช่วย “อินทรีเหล็ก” ซิวแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 แถมทำสถิติดาวซัลโวตลอดกาล เวิลด์ คัพ ที่ 16 ประตู ไว้แล้ว ลั่นขอเวลาพักผ่อนอีกไม่กี่วันก่อนทำการตัดสินใจครั้งสำคัญ
มิโรสลาฟ โคลเซ่ กองหน้าเสือเฒ่าทีมชาติเยอรมันแย้มเป็นนัยว่าเขากำลังพิจารณาว่าจะเล่นให้กับทีมชาติต่อไปอีกหรือไม่ หลังเพิ่งช่วยให้ “อินทรีเหล็ก” เฉือนชนะ อาร์เจนติน่า 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ คว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 มาครองได้สำเร็จเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา
หัวหอกวัย 36 กะรัตซึ่งติดธง “อินทรีเหล็ก” ชุดตะลุย เวิลด์ คัพ มาตั้งแต่ปี 2002, 2006, 2010 แต่ก็ไม่เคยไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้เลยแม้แต่หนเดียว ก่อนจะมาทำได้สำเร็จในครั้งนี้และยังทำสถิติเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล ฟุตบอลโลก ด้วยจำนวน 16 ประตู
โคลเซ่ ซึ่งน่าจะเรียกได้ว่าบรรลุเป้าหมายทุกอย่างในนามทีมชาติไปแล้วนั้นกล่าวว่า “มันสุดยอดมากๆ มันอยู่เหนือทุกอย่าง เราเคยเป็นรองแชมป์ 1 ครั้ง อันดับ 3 อีก 2 ครั้ง นี่มันระดับโลกนะ ผมยังไม่สามารถเข้าใจมันได้เลย ฟอร์มของเรานั้นยอดเยี่ยมสุดๆ เราอยากจะสงบเข้าไว้เพราะเรารู้ดีว่าเราเป็นฝ่ายที่เหนือกว่า ผมไม่รู้ว่าผมจะเล่นให้กับทีมชาติต่อไปอีกหรือเปล่า ผมยังมีเวลานอนหลับอีก 2-3 คืนและจากนั้นถึงจะตัดสินใจ”
ดาวยิงจากสโมสร ลาซิโอ ทีมดังใน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ยังเปิดเผยด้วยว่าเขาเป็นคนกระตุ้น มาริโอ เกิทเซ่ ดาวเตะรุ่นน้องซึ่งเปลี่ยนตัวลงสนามมาแทนเขาและกลายเป็นซูเปอร์ซับซัดประตูชัยให้กับทีม โดยระบุว่า “ก่อนที่ มาริโอ จะลงมาเล่นแทนผม ผมบอกเขาว่า ‘นายทำให้มันเกิดขึ้นได้’

 

===================================================

เลิฟเผยสั่งเกิทเซ่โชว์เจ๋งสยบเมสซี่ก่อนเจ้าตัวซัดชัย

 

เลิฟเผยสั่งเกิทเซ่โชว์เจ๋งสยบเมสซี่ก่อนเจ้าตัวซัดชัย

 

“เลิฟ” เผยประโยคเด็ดสู่ตำแหน่งแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 กระตุ้น “เกิทเซ่” แสดงให้โลกเห็นว่าเจ๋งกว่า “เมสซี่” หลังลงสนามเป็นซูเปอร์ซับซัดประตูชัย 1-0 พร้อมไม่ลืมแบ่งเครดิตให้ “คลิ้นส์มันน์” ร่วมสร้างทีมชุดนี้ด้วยกัน

โยอัคคิม เลิฟ เฮดโค้ชทีมชาติเยอรมันเปิดเผยว่าเขาบอกให้ มาริโอ เกิทเซ่ แสดงให้คนทั้งโลกเห็นว่าเจ้าตัวนั้นเก่งกว่า ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า หลังส่งกองกลางดาวรุ่งลงสนามในฐานะตัวสำรองและกลายเป็นซูเปอร์ซับซัดประตูโทนให้ทีมคว้าชัยชนะ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ คว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 มาครองได้สำเร็จเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา

บุนเดสเทรนเนอร์กล่าวว่า “ผมบอกกับ มาริโอ เกิทเซ่ ให้แสดงให้โลกได้เห็นว่าเขาเก่งกว่า เมสซี่ และจะเป็นตัวตัดสินฟุตบอลโลก นั่นคือสิ่งที่ผมบอกกับเขา ผมรู้สึกดีกับเขา เกิทเซ่ เป็นเด็กมหัศจรรย์ เขาสามารถเล่นตำแหน่งไหนก็ได้ ผมรู้ว่าเขาจะเป็นตัวตัดสินเกมและเขาก็ทำประตูชัยได้จริงๆ ในวันนี้”

ขณะเดียวกัน เลิฟ ซึ่งอยู่กับ “อินทรีเหล็ก” มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นผู้ช่วยให้กับ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ เมื่อปี 2004 ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็นนายใหญ่เต็มตัวในปี 2006 ก็ไม่ลืมที่จะแบ่งความดีความชอบให้กับอดีตลูกพี่ที่มีส่วนช่วยในการปลุกปั้นทีมชุดนี้จนผงาดคว้าแชมป์ เวิลด์ คัพ ได้

กุนซือวัย 54 กะรัตกล่าวว่า “เราเริ่มแผนงานนี้กันตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว นี่คือผลลัพธ์จากการทำงานมานานหลายปีและมันเริ่มต้นจาก เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ตลอดหลายปีมานี้เรามีพัฒนาการรุดหน้าอย่างรวดเร็วจนกระทั่งมาถึงจุดสูงสุดที่เราจะทำได้ หากจะมีสักทีมที่สมควรกับความสำเร็จนี้ มันก็ต้องเป็นนักเตะเหล่านี้ แพร์ แมร์เตซัคเคอร์, ลูคัส โพดอลสกี้, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, มิโรสลาฟ โคลเซ่ ซึ่งอยู่กับทีมชุดนี้มาโดยตลอด

“ทีมสปิริตของเรานั้นมันน่าเหลือเชื่อ พวกเขามีความมุ่งมั่นอย่างน่าเหลือเชื่อและนั่นคือสาเหตุว่าทำไมเราถึงทำสำเร็จ พวกเขาทุ่มเททุกอย่างโดยมี ชไวน์สไตเกอร์ นำทัพและ ลาห์ม ก็วิ่งอยู่ตลอดเวลา ผมบอกพวกเขาตั้งแต่ก่อนเกมแล้วว่าพวกเขาจะต้องทุ่มเทอย่างที่ไม่เคยมาก่อนเพื่อจะเป็นแชมป์ เราเป็นทีมจากยุโรปทีมแรกที่มาได้แชมป์บนแผ่นดินละตินและมันทำให้เราภูมิใจมากๆ ความสุขจะคงอยู่กับเราตลอดไป” เลิฟ ร่ายยาว

 

===================================================

เกิทเซ่รับฝันที่เป็นจริงซัดชัยให้อินทรีเหล็กซิวเวิลด์คัพ

 

เกิทเซ่รับฝันที่เป็นจริงซัดชัยให้อินทรีเหล็กซิวเวิลด์คัพ

“เกิทเซ่” รับเหมือนฝันที่เป็นจริง หลังสวมบทซูเปอร์ซับซัดชัยให้ “อินทรีเหล็ก” คว่ำ “ฟ้า-ขาว” 1-0 ผงาดคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 ได้สำเร็จ กร้าวภูมิใจสุดๆ กับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในทัวร์นาเมนต์นี้

มาริโอ เกิทเซ่ กองกลางทีมชาติเยอรมันยอมรับว่าความฝันของเขาได้กลายมาเป็นความจริงแล้ว หลังเป็นคนบันดาลประตูชัยช่วยให้ทีมเฉือนชนะผลบอล อาร์เจนติน่า 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทะยานคว้าตำแหน่งแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา

ในเกมดังกล่าวนั้น โยอัคคิม เลิฟ เฮดโค้ช “อินทรีเหล็ก” ตัดสินใจเปลี่ยนตัว “ซูเปอร์มาริโอ” ลงสนามแทน มิโรสลาฟ โคลเซ่ กองหน้าเสือเฒ่าในช่วงท้ายครึ่งหลัง และในช่วงต่อเวลาก็เป็นเจ้าตัวที่กลายเป็นซูเปอร์ซับซัดประตูชัยให้ทีมปราบ “ฟ้า-ขาว” พร้อมกับคว้าแชมป์ เวิลด์ คัพ สมัยที่ 4 ได้สำเร็จ

ดาวโรจน์วัย 21 ปีกล่าวว่า “มันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อ ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายมันอย่างไร ผมก็แค่ยิงและก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น มันเหลือเชื่อ สำหรับเรา ความฝันมันได้กลายเป็นความจริงแล้ว ผมภูมิใจกับทีมและมีความสุขสุดๆ กับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบราซิล นักเตะทุกคนในทีมของเราคู่ควรจะถูกกล่าวถึงที่นี่และเราภูมิใจมากๆ ที่คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

 

===================================================

ซาเบย่าชี้แข้งฟ้าชาวควรภูมิใจแม้เป็นรองแชมป์

 

ซาเบย่าชี้แข้งฟ้าชาวควรภูมิใจแม้เป็นรองแชมป์

 

ทำดีที่สุดแล้ว! ซาเบย่า ยกย่องลูกทีม “ฟ้าขาว” แม้พลาดแชมป์โลกด้วยการแพ้ เยอรมัน 0-1 ในช่วงต่อเวลา ชี้นักเตะควรภูมิใจเพราะเล่นกันได้ดีแล้ว

อเลฮานโดร ซาเบย่า เทรนเนอร์ทีมชาติอาร์เจนติน่า ให้ความเห็นว่าลูกทีมของเขาทุกๆ คน ควรภูมิใจกับผลงานในทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2014 ครั้งนี้ แม้จะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับ เยอรมัน 0-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของรอบชิงชนะเลิศ เนื่องจากทุกๆ คนทำผลงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว

กุนซือวัย 59 ปี กล่าวว่า “ผมเสียใจ เพราะว่าเราน่าจะคว้าแชมป์ได้ แต่ผมก็ภูมิใจกับทีมเหมือนกัน นักเตะเหล่านี้ จะเป็นตัวอย่างที่ดีของประเทศเรา หลังจากเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ เราจะได้รับการยอมรับในอนาคตสำหรับการเข้ามาถึงรอบชิงฯ ทีมนี้จะเติบโตขึ้นไปอีกจนถึงวันสุดท้าย เราเป็นทีมที่ดีกว่าในช่วงหนึ่ง และพวกเขาก็ทำได้เยี่ยมในหลายจังหวะ ทั้ง 2 ทีมควรเป็นฝ่ายชนะได้ทั้งคู่”

การพ่ายแพ้หนนี้ ทำให้ทัพ “ฟ้าขาว” ยังคงต้องรอแชมป์โลกสมัยที่ 3 ต่อไป หลังจากครั้งล่าสุดได้มาเมื่อปี 1986 ส่วนทัพ “อินทรีเหล็ก” กลายเป็นทีมที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ร่วมกับ อิตาลี ที่จำนวน 4 ครั้ง พร้อมกับเป็นการคว้าแชมป์ยังดินแดนทวีปอเมริกาใต้เป็นหนแรกของชาติจากยุโรปอีกด้วย

 

===================================================

เมสซี่สลดอดได้แชมป์โลกโอดโกลเด้นบอลไร้ความหมาย

 

เมสซี่สลดอดได้แชมป์โลกโอดโกลเด้นบอลไร้ความหมาย

 

“เมสซี่” เมินความชื่นชมความสำเร็จส่วนตัวของตน โอดได้รางวัล “โกลเด้นบอล” ก็ไม่มีความหมาย หลังเตะลืมตายแต่ยังพ่าย เยอรมัน 0-1 อดซิวแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 อย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าเปิดเผยว่ารางวัล “โกลเด้นบอล” หรือ “นักเตะยอดเยี่ยม” ประจำทัวร์นาเมนท์ ฟุตบอลโลก 2014 ไม่ได้มีค่าหรือความหมายใดๆ กับตัวเขาเลยในเมื่อไม่สามารถคว้าตำแหน่งแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ หลังแพ้ให้กับ เยอรมัน 0-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบชิงชนะเลิศเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา

หัวหอกร่างเล็กซึ่งได้รางวัลส่วนตัวไปครองจากผลงานยอดเยี่ยมทั้งการทำ 4 ประตู 1 แอสซิสต์ และโดดเด่นเป็นพระเอกมาตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มนั้นกล่าวว่า “ตอนนี้รางวัลมันไม่ได้สำคัญกับผมเลย ผมไม่สน เราอยากเป็นแชมป์โลกและฉลองกับทุกคนตอนกลับบ้านที่อาร์เจนติน่า”

“หลังจบเกมที่เราทุ่มสุดตัว เราสมควรจะได้รับอะไรที่มันมากกว่านี้ มันเจ็บปวดมากที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้หลังเล่นกันได้อย่างที่เราแสดงให้เห็น เราเกือบจะได้ดวลจุดโทษอยู่แล้ว นานพอดูนับตั้งแต่ที่ อาร์เจนติน่า มาได้ไกลขนาดนี้ ครั้งก่อนๆ เราไม่ผ่านรอบก่อนรองชนะเลิศด้วยซ้ำ เราเสียใจที่ไม่ชนะและยังมีคนอีกมากที่จะทำให้เราต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอีก”
“เยอรมัน เป็นฝ่ายครองบอล แต่เราสร้างโอกาสได้ดีกว่า เราโชคไม่ดีเล็กน้อยที่ทิ้งโอกาสพวกนั้นไป เรามีโอกาสใสๆ ถึง 3 ครั้งจากผม, ‘เอล ปิปา’ (กอนซาโล่ อิกวาอิน) และ โรดริโก้ (ปาลาซิโอ) แต่ก็ไม่เข้าสักประตูเลย ตอนนี้เราต้องมองไปยังอนาคตแล้ว” เมสซี่ ปิดท้ายอย่างสุดเสียดายท่านสามารถติดตามข่าว โปรแกรมบอล ตารางบอล ผลบอล ต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่  http://sport.sanook.com/football/

 

===================================================

“ฮูลิแกน” ฟ้าขาวป่วนกลางเมืองหลังทีมพ่ายเยอรมนี

 

“ฮูลิแกน”ฟ้าขาวป่วนกลางเมืองหลังทีมพ่ายเยอรมนี

 

หลังจากที่ ฟุตบอลโลก 2014 รอบชิงชนะเลิศ คู่ระหว่าง เยอรมนี กับ อาร์เจนติน่า ซึ่งผลจบลงด้วยชัยชนะของทีมอินทรีเหล็กด้วยสกอร์ 1-0 ซึ่ง มาริโอ เกิทเซ่เป็นคนยิงประตูชัยนั้น

 

ล่าสุด สื่อต่างประเทศรายงานว่า หลังจากจบการแข่งขัน ก็มีแฟนบอลหัวรุนแรงหรือ “ฮูลิแกน” ได้ก่อเหตุความวุ่นวายขึ้น กลางกรุงบัวโนสไอเรส ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาร์เจนติน่า โดยรายงานระบุว่า แฟนบอลกลุ่มฮูลิแกนได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มาคอยดูรักษาความปลอดภัย ด้วยการขว้างปาสิ่งของ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าระงับด้วยการยิงกระสุนยาง และยิงปืนพลังน้ำเข้าใส่ เบื้องต้นมีรายงานว่า มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 8 นาย และมีแฟนบอลก่อเหตุถูกจับกุม 40 คน

 

===================================================

 

ชุดขาวลุ้น!โมนาโกยอมลดค่าตัวฮาเมส

 

วิเคราะห์ผลบอล : เรอัล มาดริด รุกคืบเข้าใกล้ได้ตัว โรดริเกซ หลังล่าสุดมีรายงานว่าโมนาโก ใจอ่อนยอมลดค่าตัวที่ตั้งเอาไว้สูงลิ่ว
“มาร์กา” สื่อชั้นนำของประเทศสเปน ได้มีรายงานว่า เรอัล มาดริด แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทีมล่าสุดจากแดนกระทิงดุ ใกล้สมหวัง ในการคว้าตัว ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพดาวรุ่ง ชาวโคลอมเบีย มาร่วมทัพ ในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ หลัง โมนาโก ต้นสังกัดของนักเตะในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ยอมลดค่าตัวที่ตั้งเอาไว้

ในตอนแรกนั้น โมนาโก ตั้งตัวของ โรดริเกซ ที่เพิ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทบราซิล เอาไว้ถึง 115 ล้านยูโร (5,175 ล้านบาท) แต่ว่าล่าสุดนั้นมีการเปิดเผยว่า ทีมเศรษฐีเมืองน้ำหอม ยอมลดค่าตัวที่ตั้งไว้ลงมาเหลือ 85 ล้านยูโร (3,825 ล้านบาท) หลังจากที่มีการเริ่มเจรจากัน ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ “ราชันชุดขาว” สามารถยอมรับได้

สำหรับ โรดริเกซ นั้นเพิ่งจะย้ายจาก เอฟซี ปอร์โต้ มาเล่นให้กับ โมนาโก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่น จนช่วยให้ทีมจบเป็นรองแชมป์ลีก เอิง ในซีซั่นล่าสุด

===================================================

เก็บตกข่าวฟุตบอลโลก2014,วิเคราะห์บอลในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

มีหน้าตา “โรนัลโด้” เท้าซ้าย “เมสซี่”

ฟุตบอล

 

เบื้องต้นทราบกันอยู่แล้วว่า จะต้องมี “1 คน” เนย์มาร์ หรือฮาเมส โรดริเกวซ ลงสนามในฟุตบอลโลกครั้งที่ 20 เป็นแมตช์สุดท้ายเมื่อคืนศุกร์ ต่อเช้าเสาร์ที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา

วิเคราะห์บอลจบเกมด้วยสกอร์ 2-1 บราซิล ปราบโคลอมเบีย และกรุยทางเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ ภาพนักเตะหมายเลข 10 ฮาเมส โรดริเกวซ ซึ่งยิงประตูตีไข่แตกให้โคลอมเบียได้สำเร็จ น้ำตาไหลพราก

ตอบทุกอย่าง!!!

ขณะที่ก่อนหน้านั้น 2 นาที เนย์มาร์ โดนหามออกจากสนามในสภาพที่ “ขยับตัว” ไม่ได้ และ “ร้องไห้” เช่นกันหลังโดน ฮวน ซูนิก้า กองหลังทีมแดนโคเคน ประเคน “เข่า” พระสุเมรเข้าที่กลางหลัง

รายงานแจ้งว่า เนย์มาร์โชคดี ไม่ต้อง “ผ่าตัด” แต่ผลจากส่วนหนึ่งของกระดูกสันหลังแตกทำให้ ดาวเตะวัย 22 ปีไม่สามารถ “เคลื่อนตัว” ได้เพื่อรักษาตัวเป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์

จบสิ้นทุกอย่างเช่นกัน!!!

ครับ นั่นหมายความว่า ฟุตบอลโลกหนนี้จะไม่มี 2 ซูเปอร์สตาร์ที่ “ฉายแสง” ความสามารถในสนาม และส่งต่อความสุขให้แฟนบอลทั่วโลกได้มากที่สุดอีกแล้ว

ในรายของ เนย์มาร์ คงต้องบอกว่า “ทุกนัด” ตั้งแต่รอบแรกจนนัดนี้ 5 เกม เจ้าตัวลงสนามไป 457 นาที ดาวเตะบาร์เซโลน่า โดนคู่ต่อสู้ “ตัดเกม” มากที่สุดในฟุตบอลโลกหนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

และไม่ต้องใช้ “สถิติ” ใด ๆ มาอ้างอิง เพราะมองด้วย “ตาเปล่า” ก็ทราบแล้ว

คำว่า “ตัดเกม” ยังเบาไป เพราะจริง ๆ ควรใช้คำว่า “กระทำชำเรา” มากกว่า แถมได้รับการ “ปกป้อง” น้อยไป เช่น กรณีซูนิก้า ดาวเตะนาโปลี ขึ้นเข่า เชิ้ตดำสแปนิช คาร์ลอส เบลาสโก้ คาร์บาโญ่ ก็พลาดไม่เป่าฟาล์ว

สุดท้าย หลังโดน “เล่นงาน” ครั้งแล้วครั้งเล่า เนย์มาร์ ก็ต้องมาปิดฉาก บอลโลก 2014 ก่อนเวลาอันควร

ขณะที่ ฮาเมส โรดริเกวซ ซึ่ง “แจ้งเกิด” เต็มตัวจากการยิงรวม 6 ประตูเข้าไปแล้ว คือ อีกผู้เล่นวัย 22 ปีที่ควรพูดถึงอย่างมาก แม้ฟุตบอลโลกของเค้าจะจบแล้วพร้อมโคลอมเบียซึ่งเล่นได้ “ไม่ดีนัก” กับบราซิล หากเทียบกับผลงาน 4 นัดก่อนหน้านี้

วูบแรก ผมมองว่า หมอนี่ ไปอยู่ไหนมา? แม้จะเข้าใจว่า “เจ๋งจริง” ตั้งแต่ก่อนย้ายไปคู่กับ ราดาเมล ฟัลเกา สู่โมนาโก ซีซั่นที่ผ่านมาแล้ว

แต่ “ลีกเอิง” ความยอดนิยม และ “แบรนด์เนม” สู้พรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา, บุนเดสลีกา และกัลโช่ฯ ไม่ได้

เวทีของ “เจมส์” จึงไม่ใหญ่พอเหมือนสิ่งที่เค้าได้รับ และ “ฉกฉวย” โอกาสไว้ในบอลโลกหนนี้

วูบที่ 2 หรือวูบสุดท้ายจากเกมกับบราซิล เช่น จังหวะกระชากหลบนักเตะแซมบ้า 3-4 คนนาทีที่ 21 แล้วเปิดให้ กวาร์ดาโด้ คล้าย ๆ กับที่เมสซี่ เปิดให้ ดิ มาเรีย

หรือ “ความนิ่ง” จากการยิงจุดโทษผ่านจอมเซฟ ฮูลิโอ ซีซ่าร์ ในนาทีที่ 80 ก็ถือว่า “ไม่ธรรมดา”

ครับ สิ่งที่ทั่วโลกได้เห็นเพิ่มเติมจาก “เจมส์” ในเวทีฟุตบอลโลกครั้งนี้คือ ความ Cool Head หรือ “ความนิ่ง” ไม่โมโห หรือเก็บอารมณ์ไม่ได้เหมือน หลุยส์ ซัวเรซ, เวยน์ รูนีย์ ฯลฯ

หมอนี่ “เยือกเย็น” มาก ณ วัย 22 ปีครับ

สุดท้ายคือ การมีหน้าตาไม่เป็นรอง โรนัลโด้ และ “เท้าซ้าย” เทียบเคียง หรือมีสิทธิ์ก้าวทาบ ลิโอเนล เมสซี่ ได้

น่าจะทำให้ โมนาโก “เล็กไป” แล้วสำหรับเค้า และต้องทีมเกรด เรอัล มาดริด หรือบาร์เซโลน่า เท่านั้นหลังบอลโลกหนนี้ที่จะ “รองรับ” ความแรงของเค้าได้

บอลโลกของโคลอมเบีย และฮาเมส โรดริเกวซ “จบแล้ว” ทว่าเส้นทางลูกหนังระดับโลกของดาวเตะรายนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นครับ

==================================

นักเตะเอเชียจากทีมที่ยิ่งใหญ่วัดความสำเร็จของชาติเอเชียในฟุตบอลโลกไม่ได้

เป็นทัศนคติที่หยั่งรากฝังลึกในความรู้สึกนึกคิดของแฟนฟุตบอลชาวเอเชียมาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันว่า หากมีนักเตะเลือดเนื้อเชื้อไขของชาติตัวเองได้ไปค้าแข้งโลดแล่นอยู่ในโลกฟุตบอลยุโรปกับทีมสโมรชื่อดังชั้นนำยักษ์ใหญ่ของทวีปยุโรปเมื่อไหร่ โอกาสที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จในศึกฟุตบอลโลกก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ทว่าฟุตบอลโลก 2014 บนแผ่นดินแซมบ้า กลับเผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ที่ย้อนแย้งกับทัศนคติความเชื่อด้านฟุตบอลของแฟนบอลชาวเอเชียทั้งหลายอย่างคาดไม่ถึง

เมื่อเหล่าซูเปอร์สตาร์นักเตะชื่อดังจากชาติเอเชียที่โลดแล่นกับทีมยักษ์ใหญ่ชั้นนำในทวีปยุโรป ไม่สามารถเป็นกำลังขับเคลื่อนให้ทีมโลดแล่นไปได้ไกลในศึกฟุตบอลโลกตามที่ถูกคาดหวังไว้ได้

เคสึเกะ ฮอนดะ

เคสึเกะ ฮอนดะ คือความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในทัวร์นาเมนท์นี้ มิดฟิลด์เท้าหนักจากดินแดนอาทิตย์อุทัยถูกคาดหมายว่าจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยให้ทีม ซามูไรบลูส์ ผงาดได้ไกลในฟุตบอลโลกหนนี้ จากผลงานและดีกรีเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 จาก สโมสร เอซี มิลาน ทว่าเมื่อถึงหน้างานจริง ฮอนดะ กลับทำผลงานได้น่าผิดหวัง แม้จะซัดได้หนึ่งประตูในเกมกับ ไอวอรี่ โคสต์ ก็ตาม แต่ผลงานโดยรวมต้องบอกว่าสอบตกอย่างสิ้นเชิง

 

ชินจิ คากาวะ

ชินจิ คากาวะ มิดฟิลด์ไดนาโมจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือ ดาวดังจากสโมสรยักษ์ใหญ่ของทวีปยุโรปที่สร้างผลงานได้อย่างน่าผิดหวังอีกหนึ่งคน เพราะไม่ต่างจาก ฮอนดะ ที่ คากาวะ ก็เป็นความหวังของทีม ซามูไรบลูส์ ในทัวร์นาเมนท์นี้เช่นกัน ด้วยดีกรีจากสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและฟอร์มสุดบรรเจิดจากฟุตบอล คอนเฟดเดอเรชั่นคัพส์ เมื่อปีกลาย แต่พอเอาเข้าจริงห้องเครื่องไดนาโมกลับทำผลงานได้ห่วยแตกกว่า  ฮอนดะ ด้วยซ้ำไปและไม่สามารถช่วยอะไรทีม ซามูไรบลูส์ ได้เลย

ยูโตะ นากาโตโมะ

ยูโตะ นากาโตโมะ แบ็คซ้ายจอมบุกจาก อินเตอร์ มิลาน คือ ดาวดังที่เป็นความหวัง ซึ่งกลายมาเป็นดาวดับในทัวร์นาเมนท์นี้อีกหนึ่งคน เมื่อตลอดทั้งทัวร์นาเมนท์ แบ็คซ้ายตัวจริงจาก อินเตอร์ มิลาน ไม่สามารถแสดงศัยภาพที่แข็งแกร่งออกมาได้ แถมยังเป็นจุดอ่อนให้ทีมถูกโจมตีในนัดที่พบกับ ไอวอรี่ โคสต์ จนเสียถึงสองประตูอีกด้วย

ซอน ฮึง มิน

หรือแม้กระทั่งทางฝั่งของเกาหลีใต้เองก็มี  ซอน ฮึง มิน ดาวยิงวัยรุ่นอนาคตไกลจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทั้งในบุนเดสลีกา และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ดาวดังวัยรุ่นไม่สามารถช่วยยกระดับทีมขุนพล แทกุกวอริเออร์ส ได้เลย แม้จะทำได้หนึ่งประตูในเกมที่พบกับ อัลจีเรีย ก็ตาม

ดังนั้นผลงานในฟุตบอลโลกของชาติเอเชียจึงไม่สามารถวัดได้ด้วยดาวเตะชั้นนำจากยอดทีมยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรป ซึ่งแสดงให้เห็นภาพอย่างชัดเจนแล้วในศึกฟุตบอลโลกหนนี้

และสุดท้ายถึงเวลาแล้วหรือยังที่แฟนฟุตบอลชาวเอเชีย จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่ว่า หากมีนักเตะของชาติตัวเองอยู่กับสโมสรยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรป ผลงานในฟุตบอลโลกก็จะดีตามไปด้วย เพราะนั่นไม่ใช่เรื่องจริงเอาซะเลย

==================================

เล่าเรื่องหลังเกมส์ : เซฟ(เพื่อ)ชีวิต

เกือบไปแล้ว! สำหรับทีม “อัศวินสีส้ม” ฮอลแลนด์ ยิงเท่าไหร่ก็ไม่ผ่าน นาบาส ผู้รักษาประตูของคอสตาริกา ที่โชว์ “โคตรซูเปอร์เซฟ” พาทีมผ่านไปถึงจุดโทษ แต่พระเอกกับเป็น หลุยส์ ฟาน กัลล์ ผู้ส่ง ทิม คลูส์ ผู้รักประตูมือ 2 เพื่อลงมา “เซฟ” ชีวิตจนได้เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย
เกมค่ำคืนวันเสาร์ที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมาเป็นรอบก่อนรองชนะเลิศ คู่แรกเป็นการพบกันของ “ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่าพบ ”ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยี่ยม คู่นี้เคยพบกันทั้งหมด 4 ครั้ง อาร์เจนติน่าชนะ 3 แพ้ 1 ส่วนฟุตบอลโลกคู่นี้ผลัดกันชนะฝั่งละครั้ง โดยเบลเยี่ยมชนะ 1-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม 1982 ก่อนอีก 4 ปีต่อมาฟ้าขาวชนะ 2-0 ล้างแค้นได้สำเร็จ
ฟ้าขาวได้กรี๊ดกร๊าดตั้งแต่ครึ่งแรกจนจบ
ฟ้าขาวได้กรี๊ดกร๊าดตั้งแต่ครึ่งแรกจนจบ
เกมนี้ฟ้าขาวเล่นได้ดีกว่าแถมได้ประตูนำเร็วจากกอนซาโล่ อิกวาอินทำให้ฟ้าขาวเล่นง่ายขึ้นแถมเบลเยี่ยมเองฟอณืมก็ไม่ได้ดีมากนัก เกมฟ้าขาวยังดูดีกว่าสตลอดทั้งเกมจบครึ่งแรกฟ้าขาวนำอยู่ 1-0 ครึ่งหลังโอกาสของฟ้าขาวก็ยังดีกว่ามีโอกาสยิงหลายหนไม่ว่าจะเป็นเมสซี่ หรือ อิกวาอิน แต่ยังไม่เข้าเป้ายิ่งเกมนี้เบลเยี่ยมเกมดูแผ่วลงไปเร่งไม่ขึ้นจบเกมฟ้าขาวชนะ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ
แม้จะทำประตูไม่ได้แต่ เมสซี่ มีส่วนร่วมกับอาร์เจนติน่าเยอะจริงๆ
แม้จะทำประตูไม่ได้แต่ เมสซี่ มีส่วนร่วมกับอาร์เจนติน่าเยอะจริงๆ
เกมนี้ต้องยอมรับว่าเบลเยี่ยมเล่นไม่ออกอาจจะเป็นนักเตะประสบการณ์ยังน้อยทำให้เกมเร่งไม่ขึ้น ดูแล้วทีมฟ้าขาวฟอร์มเหมือนไปเรื่อยๆแต่โอกาสคว้าแชมป์ก็มีสูงเหมือนกัน
ส่วนคู่ที่ 2 ”อัศวินสีส้ม” ฮอลแลนด์ พบ ”กล้วยหอม” คอสตาริกา ซึ่งถือเป็นชาติแรกจากโซนคอนคาเคฟนับตั้งแต่สหรัฐฯในปี 2002 ที่มาไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งครั้งนั้นสหรัฐฯก็จอดป้ายที่รอบนี้
คอสตาริกา เจอปัญหาในการรับมือ ร็อบเบน ที่วันนี้เล่นบอลชายเดี่ยว
คอสตาริกา เจอปัญหาในการรับมือ ร็อบเบน ที่วันนี้เล่นบอลชายเดี่ยว
เกมนี้ฮอลแลนด์ค่อนข้างเหนือกว่าพอสมควรครองบอลได้มากกว่าเยอะทีเดียว ส่วนคอสตาริกาเน้นเกมรับเป็นหลักแต่ที่ต้องขอชมกลับเป็นเกย์ลอร์ นาวาส นายทวารคอสตาริกาเหนียวจริงๆป้องกันไว้ได้หมดตลอด90นาทีจนต้องต่อเวลาพอพิเศษไปอีก 30 นาที เกมก็ยังเหมือนเดิมฮอลแลนด์เป็นฝ่ายคุมเกมไว้ได้หมดแต่ก็
ยังทำประตูไม่ได้
ทิม คลูส์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาเพื่อการนี้โชว์ฟอร์มหนึบเซฟ 2 จุดโทษ
ทิม คลูส์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาเพื่อการนี้โชว์ฟอร์มหนึบเซฟ 2 จุดโทษ
และก็เป็นฮอลแลนด์ที่ได้กรี๊ดกร๊าดในตอนจบ
และก็เป็นฮอลแลนด์ที่ได้กรี๊ดกร๊าดในตอนจบ
จนต้องยิงจุดโทษซึ่งฮอลแลนดืยิงเป้าแม่นกว่าชนะไป 4-3 ต้องถือว่าฮอลแลนด์หืดขึ้นคอทีเดียวกว่าจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศซึ่งจะพบกับอาร์เจนติน่า ซึ่งถือเป็นสองทีมเต็งที่เข้าไปพบกัน
ติดตามอัพเดทข่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://sport.sanook.com/worldcup/
==================================

บาโลฉาวอีก!ถูกแช๊ะภาพยืนสูบบุหรี่ในฟลอริด้า

มีเรื่องฉาวให้พูดถึงแทบทุกวัน! “เกรียนโอ้” เจอมือดีแช๊ะภาพ ยืนสูบบุหรี่บนระเบียงโรงแรมแห่งหนึ่งใน ฟลอริด้า ช่วงวันหยุดพักร้อน

มีประเด็นแง่ลบให้พูดถึงไม่เว้นเลยแต่ละวันสำหรับ มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงจอมเกรียนทีมชาติ อิตาลี จากสังกัด เอซี มิลาน สโมสรชื่อดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา เมื่อล่าสุดเจ้าตัวถูกจับภาพได้ว่ากำลังยืนสูบบุหรี่อยู่บนระเบียงในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในรัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา

ก่อนหน้านี้ บาโลเตลลี่ ก็เคยถูกต้นสังกัด “ปีศาจแดง-ดำ” สั่งปรับเงินไปแล้วครั้งหนึ่งโทษฐานสูบบุหรี่บนรถไฟรถไฟขบวนหนึ่ง ซึ่งภายหลังจากทัพ “อัซซูรี่” ต้องตกรอบแรกไปในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่ ประเทศ บราซิล เจ้า “เกรียนโอ้” ก็ได้เดินทางไปใช้ชีวิตวันหยุดพักร้อนกับ แฟนนี่ เนเกช่า คู่หมั้นสาวของตนที่ รัฐฟลอริด้า และดูเหมือนเจ้าตัวนั้นไม่ได้ปรับปรุงนิสัยตัวเองให้ดีขึ้นเลย หลังมีภาพจับได้ว่า บาโลเตลลี่ นั้นได้ยืนสูบบุหรี่อยู่บนระเบียงโรงแรมแห่งหนึ่ง

สำหรับ “เกรียนโอ้” วัย 23 ปีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องฟอร์มการเล่นตลอดช่วงที่มา ทั้งกับ เอซี มิลาน จนกระทั่ง ฟุตบอลโลก 2014 กับ อิตาลี ที่ทำผลงานได้อย่างหน้าผิดหวังจนถึงขั้นถูกตราหน้าว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ทีมนั้นจอดแค่ป้ายแรกเท่านั้น โดยยิงได้แค่ 1 ประตูเท่านั้น ซึ่งเป็นเกมที่เจอกับ อังกฤษ และณ เวลานี้ก็มีข่าวลือว่าอาจจะย้ายออกจากถิ่น ซาน ซิโร่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ก็เป็นได้ โดยมี อาร์เซน่อล ที่ตกเป็นข่าวพัวพันด้วย

==================================

 

 

สรุปข่าวฟุตบอล,วิเคราะห์บอล,โปรแกรมบอลโลก2014ของวันนี้ (3 ก.ค.57)

ร็อบเบนลั่นสารภาพพุ่งล้มไม่ควรถูกลงโทษ

ร็อบเบนลั่นสารภาพพุ่งล้มไม่ควรถูกลงโทษอย่างรุนแรง
วิเคราะห์บอล : อาเยิน ร็อบเบน เปิดเผย การที่ตนเลือกสารภาพว่าพยายามพุ่งล้มในเกมเชือด จังโก้ ไม่ควรจะลงเอยด้วยการที่ตนโดนลงโทษเลยสักนิด เนื่องจากตนทำเรื่องดังกล่าวเพราะต้องการพูดความจริง

อาร์เยน ร็อบเบน ปีกหน้าแก่ทีมชาติฮอลแลนด์ ประกาศจุดยืนเสียงดังฟังชัด โดยยืนกรานเสียงแข็งว่าตนไม่สมควรถูกลงโทษใดๆ ทั้งสิ้นกับการที่ออกมายอมรับว่าพยายามพุ่งล้มในเกมที่ช่วยให้ “อัศวินสีส้ม” คว้าชัยเหนือ เม็กซิโก 2-1 ในศึกเวิลด์คัพ 2014 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพราะตนไม่ควรจะได้รับผลตอบแทนจากการกล้าออกมาพูดความจริงด้วยการโดนลงดาบแบบแย่ๆ

โดยนักเตะวัย 30 จากสโมสรบาเยิร์น มิวนิค กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะคิดในแบบของตัวเอง ผมพูดทุกอย่างไปหมดแล้วตั้งแต่ตอนหลังเกมจบ ผมยังบอกด้วยว่าผมจะพูดเฉพาะสิ่งที่ผมคิดว่ามันซื่อสัตย์และแฟร์ มันไม่จำเป็นที่ทุกคนจะต้องเห็นด้วยกับผม พวกเขาแค่ต้องยอมรับและเคารพกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น”

” สำหรับวงการฟุตบอล ผมกล้าที่จะพูดว่าบางสิ่งที่ผมได้ทำมันผิดจริงๆ และเรื่องทั้งหมดมันก็ควรจบลงแค่นี้ บางครั้งคุณอาจโดนลงโทษจากการที่พูดความจริงออกมา แต่โดยรวมๆ แล้วผมขอเป็นคนซื่อสัตย์และพูดความจริงดีกว่า มันน่าเสียดายนะที่มีคนพูดเรื่องประเด็นนี้กันมากเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เราเองก็โชว์ฟอร์มกันได้เป็นอย่างดีและทุ่มเทมาก” ร็อบเบน ร่ายยาว

=================================================

เฟลิเปาเรียกจิตแพทย์รักษาใจเซเลเซาด่วน

เฟลิเปาเรียกจิตแพทย์รักษาใจเซเลเซาด่วน

เฟลิเปาเฮดโค๊ดบาร์ซิล เรียกจิตแพทย์จัดคอร์สสั้นบำบัดจิตใจทัพ ”เซเลเซา” ด่วน เร่งคลายความกดดันก่อนเกมฉะ ”โคเคน” รอบ 8 ทีม

หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เทรนเนอร์ทีมชาติบราซิลเรียกใช้งานจิตแพทย์เพื่อจัดคอร์สเร่งรัดฟื้นฟูสภาพจิตใจลูกทีมก่อนเกม เวิลด์ คัพ 2014 รอบ 8 ทีมกับโคลอมเบียในวันที่ 4 ก.ค. นี้ เพื่อหวังให้ทุกคนคลายความกดดัน หลังจากนัดก่อนเมื่อจบการดวลจุดโทษอันบีบคั้นกับชิลี นักเตะกำลังหลักทั้งหลายระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยการร้องไห้

เรจิน่า บรันเดา แพทย์หญิงด้านจิตวิทยาเปิดเผยหลังการเข้าพบแข้งทัพ “บราซิล” เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ได้รับการเรียกตัวแบบเร่งด่วน “การมาที่นี่เป็นส่วนหนึ่งในแผนของเกม ฉันจัดห้องบำบัด แต่ก็มีเวลาที่นี่ไม่มาก ฉันคุยกับพวกผู้เล่น เราคุยกันตลอด ผ่านทาง ว็อทแอปส์ โทรศัพท์ และอีเมล์ด้วย”

ขณะเดียวกัน เนย์มาร์ ดาวยิงตัวความหวังทีมชาติบราซิลก็ยอมรับว่าทุกคนกดดันที่ต้องแบกความหวังของคนทั้งชาติ โดยกล่าวว่า “ผมเองก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่มันก็สนุกมาก ฟุตบอลไม่ได้มีแค่เรา เราเจออารมณ์หลากหลายทุกวัน เราต้องการนักจิตวิทยา เพื่อให้ทุกคนออกมาดูดี และผ่อนคลาย เรามีความสัมพันธ์อันดีกับ เรจิน่า บรันเดา เธอเป็นคนดีมาก เราได้เรียนรู้หลายอย่าง และจะทำแบบนี้ต่อไป”

 

=================================================

เมล์แฉ!ชาติที่แบนเซ็กส์ร่วงบอลโลกเกลี้ยง

 

สื่อข่าวเมล์แฉ!ชาติที่แบนเซ็กส์ร่วงบอลโลก เกลี้ยง

ฟุตบอล : สื่อปูด! ชาติที่ออกกฎเหล็กห้ามมีเซ็กซ์ในบอลโลก 2014 ต่างร่วงตกรอบไม่เหลือแล้วสักทีมในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นสเปน, รัสเซีย หรือ บอสเนีย ตรงกันข้ามกับชาติที่อนุญาตให้จ้ำจี้ กลับทำผลงานได้ดีเกือบหมด

เดลี่เมล์สื่อข่าวจอมขุดคุ้ยชื่อดังแห่งแดน “ผู้ดี” ตีข่าวรายงานระบุถึงข้อเท็จจริงที่น่าเซอร์ไพรส์เล็กน้อยในศึกเวิลด์คัพ 2014 โดยเผยหลักฐานออกมาว่าบรรดาชาติตัวแทนหลากหลายประเทศ ที่มีการสั่งห้ามนักเตะมีเพศสัมพันธ์กับแฟนสาวในระหว่างการแข่งขันทัวร์นาเมนท์นี้ ต่างก็มีอันต้องร่วงตกรอบกันไปหมดแล้วเป็นที่เรียบร้อย ในขณะที่หลายๆ ทีมซึ่งอนุญาตให้ผู้เล่นมีกิจกรรมบนเตียงกับคู่รักได้ตามปกติ กลับทำผลงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นส่วนใหญ่

ก่อนหน้าที่การแข่งขันศึกฟุตบอลโลก ฉบับ “แซมบ้า” จะเริ่มขึ้น เป็นที่ทราบกันดีว่าทีมอย่าง บอสเนีย, รัสเซีย, สเปน, เม็กซิโก และชิลี ต่างก็มีการออกกฎเหล็กห้ามนักฟุตบอลของตัวเองจ้ำจี้กับแฟนสาว โดยมีจุดมุ่งหมายต้องการให้ผู้เล่นมีสมาธิกับเกมการแข่งขัน และมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมเต็มที่ แต่สุดท้ายแล้ว บรรดาชาติที่แบนการมีเซ็กซ์ กลับสูญพันธุ์ร่วงตกรอบกันไปหมดแล้วครบทุกทีม

หากข้ามมาดูในกลุ่มของชาติที่ไม่ได้มีการสั่งห้ามเรื่องบนเตียงอย่าง บราซิล, เยอรมัน, ฮอลแลนด์, คอสตาริกา, สหรัฐอเมริกา, สวิตเซอร์แลนด์, ไนจีเรีย หรือ อุรุกวัย กลับทำผลงานกันได้ดีเป็นส่วนใหญ่ โดยทัพ “อัศวินสีส้ม” และ “อินทรีเหล็ก” นั้นถึงขั้นอนุญาตให้นักฟุตบอล พาภรรยาหรือแฟนสาวมาพักในโรงแรมด้วยกันได้ ขณะที่ ฝรั่งเศส, บราซิล และคอสตาริกา ถึงแม้จะไม่ได้ปล่อยให้ผู้เล่นมีอิสระอย่างเต็มตัว แต่ถึงกระนั้น ก็ยังอนุญาตให้ผู้เล่นมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ในส่วนของ อาร์เจนติน่า, โคลอมเบีย และเบลเยียม นั้นไม่ได้มีรายงานถึงกิจกรรมบนเตียงดังกล่าว ว่าสามารถทำได้หรือไม่ได้แต่อย่างใด

 

=================================================

“เฮียฮ้อ” เปิดใจ “อาร์เอส” ทำถูกต้องแต่อาจไม่ถูกใจ - ยัน 427 ล้านไม่พอเยียวยา

ด้านเฮียฮ้อเปิดใจ “อาร์เอส” ทำถูกต้องแต่อาจไม่ถูกใจ – ยัน 427 ล้านไม่พอเยียวยา

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา บมจ.อาร์เอส ตึกอาร์เอสฮอลล์ “เฮียฮ้อ” นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ตั้งโต๊ะแถลงข่าว เพื่อชี้แจง และทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการถ่ายทอดสดฟุตบอลชิงแชมป์โลก 2014 ที่ประเทศบราซิล

เฮียฮ้อ เผยว่า สถานการณ์ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการการแข่งขันโปรแกรมบอล,ฟุตบอลโลก 2014 จำเป็นต้องออกมาชี้แจงและทำความเข้าใจประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการถ่ายทอดสดฟุตบอลชิงแชมป์โลก 2014 อีกครั้ง

ก่อนอื่นขอเรียนชี้แจงว่า อาร์เอสเสียหายและเสียเวลาต่อสู้คดีความมามากกว่า 1 ปี จนเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดเพิ่งพิพากษาตัดสินให้ “อาร์เอส” เป็น “ผู้ชนะคดี” โดยมีมติไม่ให้บังคับใช้ ประกาศของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 หรือกฎมัสต์ แฮฟ (Must Have) ข้อ 3 ลำดับที่ 7 การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เพราะอาร์เอสเป็นผู้ได้รับสิทธิในการแพร่ภาพและเสียง การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ปี ค.ศ. 2014 อยู่แล้ว ในขณะที่ออกประกาศดังกล่าว จึงไม่เป็นธรรมกับ อาร์เอสฯ และเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่อาจนำประกาศดังกล่าว มาใช้บังคับกับอาร์เอสได้

หลังจากนั้นทาง “อาร์เอส” ได้รับการประสานจาก กสทช. ว่าต้องการหารือเร่งด่วน เพื่อนำการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2014 มาถ่ายทอดสดให้คนไทยดูผ่านทางฟรีทีวีครบทั้ง 64 แมตซ์ โดยพร้อมจะให้เงินสนับสนุนเพื่อชดเชยความเสียหาย และค่าเสียโอกาสทางธุรกิจจากการเปลี่ยนแผนธุรกิจอย่างกะทันหันทั้งที่ได้วางแผนไว้เดิมมานานกว่า 1 ปี ซึ่งเมื่อบริษัทฯ นำข้อหารือดังกล่าวกลับมาพิจารณาทบทวนกันภายในอย่างเร่งด่วน เราก็ได้เล็งเห็นถึงเจตนาอันดี รวมถึงความตั้งใจของ กสทช ที่จะสร้างบรรยากาศที่ดีและมีความสุขกันในหมู่ประชาชนชาวไทย ที่สำคัญเรามองว่าในวันนั้นเรื่องธุรกิจเป็นเรื่องรอง เงินชดเชย 427 ล้านบาท ไม่เพียงพอที่จะเยียวยาความเสียหาย เป็นสิ่งที่ได้ไม่คุ้มเสีย

แต่ อาร์เอส ก็ยินดีให้ความร่วมมือ และเร่งประสานผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้ง พล.ท ชาติอุดม ติตกะสิริ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และคุณ พลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้ง 2 สถานี จนเป็นข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

จากวันนั้นที่บรรลุข้อตกลงร่วมกัน “อาร์เอส” ได้ทำหน้าที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์โลก 2014 จนจบรอบ16 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่บริษัทยังไม่ได้รับเงินครบถ้วนตามจำนวนเงิน 427 ล้านบาทที่ได้ตกลงไว้แต่อย่างใด ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้เพราะทาง กสทช จำเป็นต้องมีคณะอนุกรรมการเพื่อมาพิจารณา และขอรับข้อมูลในรายละเอียดจากทางบริษัทอีกครั้ง แต่บริษัทต้องรับผิดชอบต่อลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจบางส่วนจากการเปลี่ยนแผนธุรกิจทั้งจำนวน อีกทั้งบริษัทได้ตกเป็นเป้าโจมตีจากสังคมอันเนื่องมาจากความเข้าใจผิดจากการให้สัมภาษณ์ของหลายๆฝ่าย ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนบิดเบือนจากข้อเท็จจริง

ประการแรก เรื่องแผนการถ่ายทอดสดเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้ดูฟรีครบทั้ง 64 คู่นั้น เราได้ส่งแผนให้ กสทช ได้รับทราบในวันที่ 11มิ.ย. และได้ทำตามแผนดังกล่าวทุกประการ เพราะในข้อตกลงของเราที่ได้หารือกันในวันนั้นคือทุกคู่ต้องดูฟรีผ่านฟรีทีวี ซึ่งในประเด็นนี้คิดว่าอาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในนิยามของคำว่า “ฟรีทีวี” โดย อาร์เอส หมายถึงช่องฟรีทีวีที่รับชมฟรีในทุกแพล็ตฟอร์มการรับชม ซึ่งปัจจุบันนี้มี 24 ช่องฟรีทีวี แต่ทาง กสทช อาจหมายรวมถึงเพียงแค่ฟรีทีวีในระบบอะนาล็อคเดิมเท่านั้น

แต่ อาร์เอส ได้แจ้งกับ กสทช. อย่างชัดเจนว่า ช่อง 8 เป็นหนึ่งในฟรีทีวีของเมืองไทย โดยทางด้าน กสทช. ก็ได้รับทราบและไม่ได้มีข้อโต้แย้ง ดังนั้น อาร์เอส ขอยืนยันว่าทำถูกต้องตามข้อตกลงทุกประการ ไม่ได้มีเจตนาบิดพริ้วตามที่มีการกล่าวหาแต่อย่างใด

ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีประชาชนจากหลายพื้นที่แจ้งว่า ไม่สามารถที่จะรับชมการแข่งขันระหว่างคู่ บราซิล-ชิลี ในคืนวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน และ เนเธอร์แลนด์พบเม็กซิโก ในคืนวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน ผ่านทางช่อง 8 ได้ ในหลายพื้นที่ ทางอาร์เอส ได้เร่งประสานขอเช่าเวลาเพิ่มเติมจากสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที และก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อให้แฟนบอลสามารถรับชมการแข่งขันอีก 2 คู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่เดิมวางแผนถ่ายทอดสดที่ช่อง 8 เท่านั้น ให้รับชมผ่านช่อง เอ็นบีที ได้ด้วย

ประการต่อมา บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่าการเข้ามาเจรจาของทาง กสทช. เพื่อให้คนไทยได้รับชมฟุตบอลโลกครั้งนี้ฟรีทั้ง 64 คู่นั้น ไม่ได้เกิดจากการบังคับหรือใช้อำนาจตามกฎหมาย หากแต่เกิดจากความสมัครใจของอาร์เอสที่ยอมตกลงร่วมกันบนพื้นฐานที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ โดยในส่วนของอาร์เอส ยอมรับที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนธุรกิจและรับผิดชอบกับความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามมา

โดยมีค่าชดเชยความเสียหาย 427 ล้านบาทจาก กสทช เป็นเครื่องเยียวยา เงินจำนวนนี้ไม่ใช่การซื้อสิทธิที่จะมาบังคับให้อาร์เอสทำหรือไม่ทำอะไรในภายหลังจากที่ได้ตกลงกันเมื่อวันที่11 มิ.ย.ได้ การแก้ปัญหาระหว่างทางตั้งแต่เริ่มการแข่งขันเป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเยียวยา รับคืนกล่องจากผู้บริโภค หรือรับคืนสมาชิกช่องบอลโลก รวมถึงการจัดหาเวลาเพิ่มเติมที่ช่อง เอ็นบีที นั้น เกิดจากความสมัครใจในการแก้ปัญหา เพราะเรามองประชาชน ผู้บริโภค ลูกค้าของเราเป็นที่ตั้ง อาร์เอส ทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว ทำดีที่สุด แต่อาจไม่ถูกใจทุกคนได้แต่เรายืนยันว่าทำสิ่งที่ถูกต้องมีหลักการรองรับ มีเหตุผลอธิบายได้

สุดท้ายนี้ อาร์เอส ตระหนักดีว่าทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุดแล้ว อาร์เอส ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็จะทำหน้าที่ส่งมอบความสุขจากการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์โลก 2014 ให้ดีที่สุดเช่นกัน โดยขอยืนยันว่าคนไทยจะได้รับชมพิธีปิดสุดยิ่งใหญ่อลังการผ่านทางช่อง 5 หรือ ช่อง 7 ตามที่ได้กำหนดไว้ในตารางการถ่ายทอดสดอย่างแน่นอน

=================================================

ติดตามชม บอล ฟุตบอล วิเคราะห์บอล บอลโลก 2014ปรแกรมบอลโลก 2014  เพิ่มเติมได้ที่

http://sport.sanook.com/worldcup/