รวมคลิป 5 ประตู ยอดเยี่ยมของศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีกในสัปดาห์ที่ 2

รวมคลิป 5 ประตู ยอดเยี่ยมของศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีกในสัปดาห์ที่ 2

โดยเมื่อศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประเดิมสนามมาแล้ว 2 นัด

ซึ่งตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราจะมีคลิปภาพรวมของศึกพรีเมียร์ลีกจาก CTH  ในแต่ละสัปดาห์มาฝากกัน

ลองมาดูกันซิว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ใดน่าสนใจกันบ้าง เนื่องด้วยรายการนี้ออกอากาศในทุกวันจันทร์ทำให้ไม่มีคู่มันเดย์ไนท์นะครับ

1. 5 อันดับ ลูกยิงยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์

2. 5 อันดับ การเซฟยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์

3. นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์

4. ทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์

5. รวมช็อตสเต็ปเท้าและลีลาสวยๆ ประจำสัปดาห์

 

โดยท่านสามารถติดตามชมข่าว ฟุตบอล ผลบอล ตารางบอล โปรแกรมบอล พรีเมียร์ลีก เพิ่มเติมได้ที่

http://sport.sanook.com/football/

 

ติดตามข่าวล่าสุดเมื่อดิ มาเรีย ได้ชูเสื้อซบทีมผีค่าตัวเป็นสถิติพร้อมสวมเบอร์ 7

ล่าสุด ดิ มาเรีย ได้ชูเสื้อซบทีมผีค่าตัวเป็นสถิติพร้อมสวมเบอร์7

 

ล่าสุด ดิ มาเรีย ได้ชูเสื้อซบทีมผีค่าตัวเป็นสถิติพร้อมสวมเบอร์7

 

ได้สมใจหลังทีม เร้ด เดวิลส์  ซึ่งอังเคล ดิ มาเรีย ได้ชูเสื้อเบอร์ 7 หลังจากเซ็นสัญญาย้ายซบทีม ปีศาจแดง 5 ปี ด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติแดนผู้ดีที่ 59.7 ล้านปอนด์

โดยที่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันการเซ็นสัญญาคว้าตัว อังเคล ดิ มาเรีย ปีกจรวดทางเรียบของ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งลา ลีกา สเปน มาร่วมทีมด้วยค่าตัวที่สูงเป็นสถิติถึง 59.7 ล้านปอนด์หรือ 3,283.5 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยปีกทีมชาติอาร์เจนติน่า เซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นเวลาถึง 5 ปีและได้รับเสื้อหมายเลขตำนานอย่างหมายเลข 7 ด้วย

ซึ่ง ดิ มาเรีย ได้กลายเป็นผู้เล่นค่าตัวสูงที่สุดในเกาะอังกฤษ ด้วยการทำลายสถิติเดิมของ เฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าของทีม เชลซี ที่ย้ายมาจากทีม ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์หรือ 2,750 ล้านบาท ซึ่งเมื่อปี 2011 โดยเจ้าตัวกล่าวถึงการย้ายมาสวมเสื้อทีม ปีศาจแดง ว่า เป็นที่แน่นอนว่าผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมมีความสุขกับช่วงเวลาของผมที่ สเปน มีทีมมากมายที่สนใจตัวผม แต่ แมนฯ ยูฯ คือสโมสรเดียวที่ผมจะมา หากย้ายออกจากทีม เรอัล มาดริด

ซึ่งในขณะที่ หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์ของ ปีศาจแดง กล่าวถึงการคว้าตัวลูกทีมรายใหม่มาร่วมทีมว่า ตัวของอังเคล คือผู้เล่นระดับโลก เขาคือผู้เล่นคนสำคัญของทีม และไม่มีใครสงสัยในความสามารถของเขาอยู่แล้ว เขาเป็นผู้เล่นที่ถนัดซ้ายและมีความเร็วสูงมากๆ และเป็นที่หวาดผวาของกองหลัง เทคนิคและการเลี้ยงบอลของเขา ทำให้ให้ผู้ที่ได้ชมมีความสุข

 

เมื่อ ดิมาเรีย ได้โผล่ยึดที่ 5 อันดับแข้งค่าตัวแพงที่สุดในโลก

 

 

เมื่อ ดิมาเรีย ได้โผล่ยึดที่ 5 อันดับแข้งค่าตัวแพงที่สุดในโลก

 

เมื่อโปรแกรมบอลตลาดซื้อ-ขายนักเตะ ประจำซัมเมอร์นี้ ยังคงเดินหน้าสร้างความฮือฮาต่อเนื่องโดยทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป เดินเครื่องเสริมทัพกันอย่างมือเติบ

ซึ่งล่าสุดตัวของ อังเคล ดิ มาเรีย ที่เป็นปีกจอมเลื้อยชาวอาร์เจนไตน์ ที่เพิ่งเซ็นสัญญากับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับขึ้นมาเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกอันดับที่ 5 เป็นที่เรียบร้อย

ซึ่งอันดับ 1 ร่วม ยังคงเป็น 1.แกเร็ธ เบล และ 2.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 2 ดาวเตะซูเปอร์ตาร์ทีมราชันชุดขาวเช่นเดิม

โดยทั้งนี้แม้ว่า ดิ มาเรีย จะรั้งในอันดับ 5 ของนักเตะแพงที่สุดในโลก แต่หากนับเฉพาะในพรีเมียร์ ลีก อดีตดาวเตะทีม ราชันชุดขาว คนนี้ คือนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในลีกเมืองผู้ดี

ซึ่งวันนี้ เรามีอันดับนักเตะค่าตัวมหาศาลของโลกฟุตบอลในปัจจุบันมาให้ดูกัน มาดูซิว่า ใครกันบ้างที่ติดโผเป็นสุดยอดแข้งค่าตัวถล่มโลกกันบ้าง

 

 

รายชื่ออันดับนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก ข้อมูลจากสื่อ เดลี่ย์ เมล์

  • ราคา 80 ล้านปอนด์     - แกเร็ธ เบล ย้ายจากทีม สเปอร์ส ไปทีม เรอัล มาดริด
  • ราคา 80 ล้านปอนด์     - คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายจากทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทีม เรอัล มาดริด
  • ราคา 75 ล้านปอนด์     - หลุยส์ ซัวเรส ย้ายจากทีม ลิเวอร์พูล ไปทีม บาร์เซโลน่า
  • ราคา 60 ล้านปอนด์     - ฮาเมส โรดริเกซ ย้ายจากทีม โมนาโก ไปทีม เรอัล มาดริด
  • ราคา 59.7 ล้านปอนด์  - อังเคล ดิ มาเรีย ย้ายจากทีม เรอัล มาดริด ไปทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  • ราคา 59 ล้านปอนด์     - ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ย้ายจากทีม อินเตอร์ มิลาน ไปทีม บาร์เซโลน่า
  • ราคา 56 ล้านปอนด์     - ริคาโด้ กาก้า ย้ายจากทีม เอซี มิลาน ไปทีม เรอัล มาดริด
  • ราคา 55 ล้านปอนด์     - เอดิสัน คาวานี่ ย้ายจากทีม นาโปลี ไปทีม ปารีส แซงค์ แชก แมงค์
  • ราคา 51 ล้านปอนด์     - รามาเดล ฟัลเกา ย้ายจากทีม แอตเลติโก มาดริด ไปทีม โมนาโก
  • ราคา 50 ล้านปอนด์     - เฟร์นันโด ตอร์เรส ย้ายจากทีม ลิเวอร์พูล ไปทีม เชลซี
  • ราคา 50 ล้านปอนด์     - ดาวิด หลุยส์  ย้ายจากทีม เชลซี ไปทีม ปารีส แซงค์ แชกแมงค์

 

เมื่อทีมทอฟฟี่ได้เซ็นฟรีดึงตัวเอโต้เติมกระสุน2ซีซั่น

 

เมื่อทีมทอฟฟี่ได้เซ็นฟรีดึงตัวเอโต้เติมกระสุน2ซีซั่น

 

เมื่อทีม ทอฟฟี่ จัดการกระชากตัว ซามูเอล เอโต้ มาเพิ่มความคม เป็นเวลา 2 ปี แบบไร้ค่าตัว เรียบร้อย มาร์ตี้ มั่นใจ นักเตะสุดเพอร์เฟคต์กับสโมสร

สำหรับทีมเอฟเวอร์ตัน สโมสรชั้นนำในศึก โปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินหน้าเสริมทัพสู้ศึกซีซั่นใหม่ ล่าสุดประกาศเซ็นสัญญาคว้าตัว ซามูเอล เอโต้ ดาวยิงมากประสบการณ์ชาวแคเมอรูน มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ สนนระยะเวลา 2 ปี แบบไร้ค่าตัว เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา 26 สิงหาคม ภายหลังจากนักเตะรายนี้ยังไร้สังกัดนับตั้งแต่หมดสัญญากับทีม เชลซี เพื่อนร่วมลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

ซึ่ง โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือ ทีมทอฟฟี่สีน้ำเงิน ซึ่งพาทีมเสมอ 2 นัดแรกของฤดูกาล 2014-15 กล่าวถึงการคว้าหัวหอกวัย 33 ปี มาเสริมทัพว่า ผมได้พบกับเขาและการพูดคุยเรื่องฟุตบอลก็เป็นไปอย่างราบรื่น ผมประทับใจมากที่เขายังคงหิวกระหายอยู่ เรารู้สึกตื่นเต้นมากและผมคิดว่า เอฟเวอร์ตัน จะเป็นสโมสรที่สมบูรณ์แบบสำหรับ เอโต้ แฟนบอลที่นี่จะทำให้เขามีความพร้อมและมั่นใจ แต่เราก็จำเป็นต้องทำให้เขามีความพร้อมสมบูรณ์ เพื่อให้แน่ใจว่า เอโต้ จะกลับมาโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมอีกครั้ง

ในขณะที่ เอโต้ ซึ่งได้เคยมีข่าวกับทีม ลิเวอร์พูล แต่ ทีมหงส์แดง นั้นคว้าตัว มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกทีมชาติอิตาลี มาร่วมทัพ ส่งผลให้เลือกมาอยู่กับทีม เอฟเวอร์ตัน โดยเจ้าตัวกล่าวถึงต้นสังกัดใหม่ว่า ผมรู้สึกประทับใจกับสไตล์การเล่นของ เอฟเวอร์ตัน อย่างมาก และผมรู้ได้ทันทีว่าผมจะมีโอกาสได้ลงเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ อีกทั้งผมยังรู้สึกประทับใจเกี่ยวกับความกระตือรือร้นของผู้จัดการทีม รวมถึงความรู้ในด้านผลบอล, วิสัยทัศน์ และมุมมองในการอ่านเกม ดังนั้นผมจึงคิดว่าผมยังสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ จาก มาร์ติเนซ ได้อีก

โดยทั้งนี้ เอโต้ ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยถึงเรื่องค่าเหนื่อยที่แน่ชัดนั้น มีลุ้นลงประเดิมสนามให้กับทัพทีม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ทันที ในแมตช์ที่จะเปิดบ้านพบกับต้นสังกัดเก่าของนักเตะเลือด หมอผี อย่างทีม เชลซี ในวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ อีกด้วย

 

 

เมื่อเปอตีต์ ที่เป็นอดีตดาวเตะทีมอาร์เซน่อล ได้ยกครอบครัว ทัวร์เกาะสมุย แฟนบอลแห่ถ่ายรูปคึกคัก

 

เมื่อเปอตีต์ ที่เป็นอดีตดาวเตะทีมอาร์เซน่อล ได้ยกครอบครัว ทัวร์เกาะสมุย แฟนบอลแห่ถ่ายรูปคึกคัก

โดยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ทางผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เอ็มมานูเอล เปอตีต์ อดีตนักฟุตบอลกองกลางทีมฝรั่งเศสและทีมอาร์เซน่อล ได้พาครอบครัวกับเพื่อนๆและเด็กอีก 3 คน รวม 11 คน ซึ่งได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้เข้าพักที่โรงแรมเฉวงการ์เด้นท์ หาดเฉวง หาดท่องเที่ยวชื่อดังของเกาะสมุย โดยมีกำหนดพักผ่อนยาวที่เกาะสมุยเป็นเวลา 3 เดือน

ซึ่งทั้งนี้ตัว เปอตีต์ ได้พาครอบครัวและเพื่อนๆไปรับประทานอาหารไทยที่ร้านถนนเลียบชายหาดเฉวง สร้างความฮือฮาให้กับนักท่องเที่ยวที่จำหน้าได้และแฟนตารางบอลชาวไทยจำนวนมาก

และเปอตีต์ ยังได้กล่าวอีกว่า เลือกเดินทางมาพักผ่อนที่เกาะสมุยโดยพาเพื่อนกับครอบครัวพร้อมด้วยลูกสาว 3 คนมาด้วย เพราะชื่นชอบธรรมชาติที่สวยงามโดยเฉพาะทะเลมีน้ำที่ใสสะอาดหาดทรายขาว ทำให้รู้สึกมาท่องเที่ยวแล้วมีความสุขและชอบอาหารไทยโดยเฉพาะยำเนื้อแบบไทย,ผัดไทยและต้มยำกุ้ง เพราะมีรสชาติจัดแบบไทยๆ

 

ล่าสุดเอเย่นต์ยันไร้ข้อเสนอทีม ผี ทาบ บลินด์

 

ล่าสุดเอเย่นต์ยันไร้ข้อเสนอทีม ผี ทาบ บลินด์

 

โดยที่เอเย่นต์ บลินด์ ยันเอง ว่าไม่มีข้อเสนอ ทีมผีแดง ทาบมาแม้แต่น้อยหลังลือหึ่งเป็นรายต่อไปที่อาจถูกต้อนร่วมถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อจาก ดิ มาเรีย

ซึ่ง ร็อบ เยนเซ่น เอเย่นต์ส่วนตัว ดาเลย์ บลินด์ กองหลังดัตช์ของ อาแจ็กส์ อัมสเตอร์ดัม ทีมใหญ่ลีกฮอลแลนด์ ยืนยันไม่มีข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมใหญ่ในศึกตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทาบทามเข้ามา แม้มีข่าวลือตลอดว่าทัพ ทีมปีศาจแดง กำลังอยากได้ตัวไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

โดยที่ตัวแทนของแนวรับวัย 24 ปีของทีม อาแจ็กส์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในเวลานี้ไม่มีข้อเสนอใดๆจาก ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ติดต่อเข้ามาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นทางผมหรือทางทีม อาแจ็กส์ เกี่ยวกับตัวของ ดาเลย์ บลินด์ และไม่มีความจำเป็นต้องนั่งรอการติดต่อเข้ามา

และได้มีการคาดการณ์ว่า บลินด์ จะเป็นนักเตะรายต่อไปที่ทีม แมนฯยูฯ หวังดึงตัวมาร่วมทีม หลังใกล้ซิวตัว อังเคล ดิ มาเรีย ห้องเครื่องอาร์เจนไตน์ของ เรอัล มาดริด ยอดทีมลีกแดนกระทิงมาร่วมทีมด้วยค่าตัวกว่า 60 ล้านปอนด์หรือ 3.3 พันล้านบาท ในเร็วๆนี้

 

ส่วนตัวของแม็คอัลลิสเตอร์หวั่น ว่าหนูโอ้จะทำลายสปิริตหงส์

 

ส่วนตัวของแม็คอัลลิสเตอร์หวั่น ว่าหนูโอ้จะทำลายสปิริตหงส์

 

โดยที่ แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ ตำนานกองกลาง ทีมหงส์แดง ชี้ชัดว่า บาโล จะเข้ามาสร้างความแตกแยกให้อดีตต้นสังกัด และทำลายสปิริตของทีม

ซึ่ง แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ อดีตกองกลางชาวสก็อตแลนด์ของทีม ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยที่อดีตต้นสังกัดของเขา จัดการเซ็นสัญญาคว้าตัว มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกเจ้าปัญหามาจากทีม เอซี มิลาน ยักษ์หลับแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เข้ามาร่วมทีม เพราะเชื่อว่า เกรียนโอ้ จะเข้ามาสร้างความแตกแยกให้กับทัพ ทีมหงส์แดง

หลังจากที่เขาได้กล่าวว่า ผมกลัวว่าเขาจะสร้างความแตกแยกให้ทุกคน เขาเป็นนักเตะที่มีความสามารถ แต่ทีม ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทัพของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นทีมที่มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และการคว้า บาโลเตลลี่ เข้ามา จะใช้เวลาไม่นานที่จะทำให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวนั้นแย่ลง

นั่นคือความกลัวเพียงอย่างเดียวของผม แต่ผมก็ไม่ได้มั่นใจนักหรอกนะว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่คุณลองดูการย้ายทีมของเขาสิ เขามีโอกาสได้ย้ายไปเล่นกับสโมสรใหญ่ๆ มากมาย แต่ค่าตัวของเขากลับมีแต่ลดลงๆ เรื่อยๆ อดีตกองกลางหัวเหม่งวัย 49 ปีกล่าว

ทั้งนี้ อดีตหัวหอกของ ทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วัย 24 ปี ย้ายจากทัพ ทีมปีศาจแดง-ดำ มาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์หรือ 880 ล้านบาท พร้อมเซ็นสัญญา 3 ปี และจะสวมเสื้อเบอร์ 45 ลงสนามให้กับทัพทีม หงส์แดง ในฤดูกาลนี้

 

ทีมปืนวูบกลังชิรูด์ส่อแววพักยาวถึง 3 เดือน

 

ทีมปืนวูบกลังชิรูด์ส่อแววพักยาวถึง 3 เดือน

 

หลังจากที่ทีม ปืนใหญ่ ต้องผวาเมื่อ สื่อดังแดนน้ำหอมประโคมข่าว โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กระดูกเท้าแตก ส่อแววพักรักษาอาการเดี้ยงยาวถึง 3 เดือน

ซึ่งทางสโมสรทีม อาร์เซน่อล ทีมยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ส่อแววเจอข่าวร้าย เมื่อ เลอ กิ๊ป สื่อดังของประเทศฝรั่งเศส เผยรายงานข่าววงใน ชี้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ดาวยิงตัวเก่งของทัพทีม ปืนโต ส่อแววที่จะหมดสิทธิ์ลงสนาม นานถึง 3 เดือน หลังได้รับบาดเจ็บจากเกมที่เขาสวมบทฮีโร่ลงไปยิงประตูนาทีสุดท้าย ช่วยให้ต้นสังกัดบุกไปเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 2-2 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ซึ่งสื่อดังแดน น้ำหอม ได้เผยว่า กองหน้าวัย 27 ปี จะเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการในวันอังคารที่ 26 สิงหาคม นี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอาการกระดูกเท้าแตก ซึ่งหากรายงานข่าวดังกล่าวเป็นจริง อาจทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทัพทีม ปืนโต โดยจะต้องเข้าตลาดซื้อ-ขายนักเตะ เพื่อหาดาวยิงรายใหม่ เนื่องจากปัจจุบันทีมเหลือกองหน้าแค่ ยาย่า ซาโนโก้ และ อเล็กซิส ซานเชส เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น ในขณะที่ ลูคัส โพดอลสกี้ มีข่าวลือว่าจะถูกขายให้กับทีมใน อิตาลี

 

ติดตามเรื่องราว ฟุตบอล วิเคราะห์ผลบอล ผลบอลพรีเมียร์ลีก เพิ่มเติมได้ที่

 

http://sport.sanook.com/football/premierleague/

หลังจากเมาหมดสภาพโดยที่อดีตนักเตะดัง พอล แกสคอยน์ ตกอับและไม่มีเงินส่งตัวเองไปบำบัดอาการติดเหล้า

หลังจากเมาหมดสภาพโดยที่อดีตนักเตะดัง พอล แกสคอยน์ ตกอับและไม่มีเงินส่งตัวเองไปบำบัดอาการติดเหล้า

 

โดยหลังจากที่กลายเป็นข่าวที่ครึกโครมในหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ของอังกฤษในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากเจ้าอ้วนซ่า พอล แกสคอยน์ หรือ แกซซา ที่เป็นอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษวัย 47 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังมีคนไปพบแกซซาในอาการเมาหมดสภาพอยู่ภายนอกแฟลตส่วนตัวที่บอร์นมัธ โดยในมือของอดีตนักฟุตบอลดังยังถือขวดเหล้ายินอยู่ นอกจากนั้น ใบหน้าของแกสคอยน์ยังฉุบวม จากการฉีดโบท็อกซ์หลายครั้ง จนหลายคนแทบจำเค้าหน้าเดิมไม่ได้

 

ได้มีรายงานว่า แกสคอยน์อยากกลับไปบำบัดอาการติดสุราที่คลีนิกค็อตตอนวู้ด ที่รัฐอริโซนา สหรัฐอเมริกา ที่เขาเคยเดินทางไปรักษาตัวเมื่อปีก่อน ซึ่งต้องใช้เงินในหลักพันปอนด์ อย่างไรก็ตาม เพื่อนของเขาระบุว่า ขณะนี้ แกซซาไม่มีเงินสดมากพอจะส่งเสียตัวเองไปรักษาอาการติดเหล้าที่อเมริกา

 

ซึ่ง แกสคอยน์ได้กลับมาติดเหล้าระลอกล่าสุด เพราะได้ประสบความล้มเหลวในการทำธุรกิจหาเลี้ยงชีพ ในช่วงฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา แกซซาต้องการจะเข้าไปเป็นนักวิเคราะห์บอลเกมการแข่งขันทางโทรทัศน์ แต่กลับไม่มีสถานีโทรทัศน์รายใดสนใจว่าจ้างเขา นอกจากนั้น อดีตนักเตะสุดยอดพรสวรรค์คนหนึ่งของวงการฟุตบอลอังกฤษ ยังอยากหาเลี้ยงชีพด้วยการไปร่วมรายการแนวเรียลลิตี้ โชว์ แต่ก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน คาดว่าเป็นเพราะบรรดาโปรดิวเซอร์รายการทีวีต่างไม่ไว้ใจในพฤติกรรมของแกสคอยน์

ในชีวิตของอดีตยอดนักเตะยังพบเจอแต่มรสุมทั้งการต้องย้ายออกจากเพนท์เฮาส์ราคาแพงของตัวเองเพราะมีพฤติกรรมส่งเสียงดังสร้างความรำคาญให้แก่เพื่อนบ้าน หรือการถูกปรับเงิน 1 พันปอนด์ เพราะไปทำร้ายร่างกายพนักงานรักษาความปลอดภัยที่สถานีรถไฟ ซึ่งพยายามช่วยเหลือเขาไม่ให้พลัดตกราง ขณะมีอาการเมาสุรา

 

ซึ่งก่อนหน้านี้ ในเมื่อปีที่แล้ว เพื่อนๆ ของแกซซา นำโดยแกรี่ ลินิเกอร์ อดีตยอดศูนย์หน้านิสัยดีของทีมสิงโตคำถาม ได้ร่วมกันก่อตั้งกองทุน เพื่อนำเงินไปมอบให้แกสคอยน์ใช้เป็นค่ารักษาตัวที่คลีนิกหรูในสหรัฐ ซึ่งนั่น ถือเป็นความพยายามในการบำบัดอาการติดสุราครั้งที่ 7 ของเขา

 

 

สำหรับแกสคอยน์ยังเลิกพฤติกรรมเดิม ๆ ไม่ได้เสียที ลินิเกอร์จึงแสดงความเห็นว่า สำหรับในปีนี้ เรื่องทั้งหมดคงต้องอยู่ที่ตัวของแกซซาเองแล้ว

 

แต่อย่างไรก็ตามโดย แฮร์รี่ เรดแนปป์ กุนซือของทีมควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส น้องใหม่ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้ออกมาแสดงจุดยืน ในการพยายามช่วยเหลือแกสคอยน์ว่า เขาพร้อมเปิดโอกาสให้แกซซาเข้ามาทำงานในทีมคิวพีอาร์ ในตำแหน่งโค้ชทีมเยาวชนของสโมสร

 

โดยที่ท่านสามารถติดตามชมข่าว วิเคราะห์ผลบอล ตารางบอล โปรแกรมบอล ตารางบอล เพิ่มเติมได้ที่

http://sport.sanook.com/football/

3ตัวนี้จะสมราคาคุยหรือไม่เราลองมาดูกัน

 

3ตัวนี้จะสมราคาคุยหรือไม่เราลองมาดูกัน

 

 

โดยที่นัดแรกของบรรดาทีมใหญ่ๆไม่อยากปล่อยผ่านกับการเก็บตกบางประเด็นมาฝากกันครับ ถือว่าสมคำร่ำลือ สมกับการเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ของเชลซี ที่กุนซือ โจเซ่ มูรินโญ่ คุยล่วงหน้าไว้แล้วว่าพร้อมสำหรับความสำเร็จ เป็นทีมที่จะยิ่งใหญ่ไปอีก 10 ปีโดยเราจะมาวิเคราะห์บอลให้รู้ลึกกันไปเลย

1. คนแรกผู้รักษาประตูมือ 1

 

และนี่ถึงเวลา กูร์กตัวส์ พิสูจน์ตัวเองในลีกผู้ดี หลังกระหึ่มในสเปนมาแล้ว

ซึ่งคิดว่าทุกคนรอดูกันอยู่นานว่าใครจะเป็นมือหนึ่งของทีมระหว่าง ติโบต์ กูร์กตัวส์กับปีเตอร์ เช็ก จริงๆแล้วตามข่าวก่อนหน้านี้ก็พอจะเดาออกแต่เพื่อความชัดเจนต้องให้เห็นกับตา

 
และก็คือ กูร์กตัวส์ คือมือหนึ่งของเชลซีเขี่ย ปีเตอร์ เช็ก ที่ทำหน้าที่ตรงนี้มาร่วม 10 ปีลงไปเป็นตัวสำรอง การตัดสินใจของ มูรินโญ่ ต้องดูกันต่อไปว่า ปีเตอร์ เช็ก จะมีปฏิกิริยาที่ชัดเจนกับเรื่องนี้อย่างไร

 

โดยที่กุนซือเชลซีอยากเก็บไว้กับทีมแน่นอน เพราะเป็นแบบนั้นเชลซีจะมั่นคงมากในตำแหน่งนี้ สามารถที่จะเรียกใครลงมาใช้งานก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ทว่าเช็ก จะยอมหรือไม่ เป็นตัวจริงมาตลอดและอายุ 32 ปีแล้ว จะถอยกลับไปนั่งดูเป็นเรื่องยากที่จะทำใจ

 

2.คนที่สองคือเชส ฟาเบรกาส

 

 

สำหรับเชส นั้นจะรีดศักยภาพของตนได้เต็มที่ ถ้ามีนักเตะอย่าง มาติช คอยเป็นลูกหาบให้


สำหรับทีมอาร์เซนอลได้สิทธิ์ก่อนกับการเจรจาดึงตัว เชส ฟาเบรกาส กลับมาในศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีก แต่ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่ต้องการนั่นทำให้เชลซีได้ไปครอบครองเพื่อแทนที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด

 

และไม่มีอะไรที่ต้องผิดหวัง หรือไม่มีอะไรกังขา เมื่อเชส ที่คุ้นเคยกับพรีเมียร์ ลีก อยู่แล้ว และการกลับไปบาร์ซ่า แม้ว่าจะไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงต่อเนื่อง แต่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมมาเยอะมากจาก 1.ชาบี เอร์นานเดซ, 2.อิเนียสต้าและ 3.เมสซี่

 

ซึ่งทางแลมพาร์ด ได้ยิงประตูให้เชลซีมากมายรวมทั้งการแอสซิสต์ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ถึงเวลาที่จะมีคนสืบสานตำนานตรงนี้แล้ว เข้ามาเปลี่ยมมุมมองในแดนกลางของเชลซีให้มีสมดุลและมีประสิทธิภาพอย่างที่ มูรินโญ่ ต้องการ

 
หลังจากที่ยืนคู่กับ เนมันย่า มาติช อยู่หน้าแนวรับ แต่ขยับเดินหน้าขึ้นไปปั้นโอกาสและแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีม ซึ่งเป็นบทบาทที่ทำได้อย่างง่ายดายและลงตัว

3.คนที่สามคือดีเอโก้ คอสต้า

 

 

จงลืมฟอร์มในบอลโลกให้หมด คอสต้า คนเดิมกำลังจะกลับมา


สำหรับสกอร์คือเรื่องที่สำคัญอยู่แล้วสำหรับกองหน้า มีหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ถ้าสกอร์มาเร็วนั่นจะยกระดับความมั่นใจขึ้นไปสูงลิบ โชคดีของเชลซีและเป็นโชคร้ายของทีมอื่นๆ ที่ คอสต้า สามารถปิดสกอร์ให้กับทีมได้ตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลโยใช้เวลาแค่ 16 นาทีเท่านั้น

 

และสำหรับหัวหอกทีมชาติสเปนคนนี้โล่งอกแน่นอน เพราะฟอร์มในฟุตบอลโลกถือว่าน่าผิดหวังอย่างมาก และสถานการณ์แบบนี้การันตีได้เลยว่า เฟร์นานโด ตอร์เรส นั่งยาวถึงยาวมากคิดถึงเกมแคปิตอล วัน คัพ เอาไว้ได้เลย หากคอสต้า และ ดร็อกบา ไม่เจ็บหรือแบนไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิด

 

เรียกได้ว่าการ ออกสตาร์ตแบบนี้ของเชลซี นั้นตอกย้ำชัดเจนในการเป็นเต็งหนึ่ง โดยแฟนบอลสามารถวาดฝันถึงความสำเร็จที่จะมีติดไม้ติดมือ

 

ซึ่งอย่างน้อยๆ น้ามู แกก็ได้ตั้งเป้าเอาไว้แล้วว่า เจอกับทีมครึ่งล่างของตารางต้องเอาชนะให้ได้ทั้งไปและกลับ นั่นเป็นการการันตี 60 แต้มที่แน่นอน

 

โดยที่ในฤดูกาลที่แล้วเชลซีแต้มหล่นเรี่ยราดกับการเจอทีมครึ่งล่างไม่ว่าจะเป็นทีมเวสต์แฮม,ทีมเวสต์บรอมวิช,ทีมแอสตัน วิลล่า,ทีมซันเดอร์แลนด์และทีมนอริช

 

และนอกจากนี้สิ่งที่ได้เห็นกันมากขึ้นก็คือเกมของเชลซีที่สนุกสนานมากยิ่งขึ้น เจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้หรือลิเวอร์พูลคงไม่เห็นการลงไปตั้งรับเหมือนจอดรถบัส 2-3 คนซ้อนกันอยู่หน้าประตูตัวเองอย่างที่โดนค่อนขอดกันมา

 

เมื่อเชลซีออกสตาร์ตแบบนี้ อดเสียดายแทนลิเวอร์พูลที่พลาดโอกาสทองในฤดูกาลที่แล้ว จะมาคาดหวังในฤดูกาลนี้ยากกว่าเดิมหลายเท่าตัวครับ

และนี่คือ 5 ช็อตที่สุดฮาของศึกพรีเมียร์ลีกในนัดแรก

และนี่คือ 5 ช็อตที่สุดฮาของศึกพรีเมียร์ลีกในนัดแรก

หลังจากที่จบไปแล้วนัดแรกใน 10 คู่ครบถ้วน ของศึกพรีเมียร์ลีก 2014-15 ที่แฟนบอลต่างก็รอคอย ซึ่งบางทีมก็สมหวัง บางทีมก็ผิดหวังกับผลงานนัดประเดิมสนามแตกต่างกันไป

 

เพียงแต่อย่างน้อย ภาพสีสันในเกมศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่ขึ้นชื่อว่าได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ของโลกก็ยังมีอยู่เต็มเปี่ยมเช่นเคย ในวันนี้เรารวบรวม 5 ช็อตเหตุการณ์ฮาๆที่ได้รับการพูดถึงในสัปดาห์แรกมาฝากกันครับ

 

 
ภาพแรก เกิดในศึกที่ม อาร์เซน่อล เจอ คริสตัล พาเลซ กับจังหวะฉีดสเปรย์ของผู้ตัดสิน จอน มอสส์ ที่ดูผิดเหลี่ยมไปไม่หน่อย มันก็เลยเข้าหน้าเข้าตา ซานติ กาซอร์ล่า จอมทัพชาวสเปนของทีมปืนใหญ่ไปเต็มๆ แหม่ ก็คนมันไม่คุ้นนี่เนอะ

 

 

 

 

ภาพที่สอง ที่ถัดมาที่โปรแกรมพรีเมียร์ลีกเกม นิวคาสเซิ่ล เปิดบ้านพบทีม แชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้ โดยไม่รู้ว่า กุน อเกวโร่ ไปทำอะไรไว้ ถึงทำให้แฟนบอลที่ดูคล้ายเก้งกวางคนนี้วิ่งลงมาหยิกหัวนม เทียวไล้เทียวขื่ออยู่พักใหญ่เฉย!

 

 

 

 

ภาพที่สาม ลองย้อนไปดูคู่เปิดสนามที่ทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ถูกทีม สวอนซี บุกมายัดเยียดความพ่ายแพ้แบบสุดช็อก กับความซวยของ แอชลี่ย์ ยัง ปีกฟอร์มฮอต ช่วงอุ่นเครื่อง ที่ถูกวัตถุลึกลับบางอย่างจากฟากฟ้าร่วงเข้าปากเต็มๆ บอกแล้วอย่ายิงนกบ่อย

 

 

 

 

ภาพที่สี่ คือนัดที่ทีมลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ เวสต์แฮม พบทีม สเปอร์ส ก็มีเหตุการณ์ประหลาดจากแฟนบอลเหมือนกัน เมื่อเจ้าหนุ่มคนนึงวิ่งลงมาปั่นฟรีคิกด้วยอีซ้ายท่ามกลางความงุนงงของคนทั้งสนาม จังหวะนี้ยิงตรงกรอบซะด้วยนะ

 

 

 

 

และภาพที่ 5 ภาพสุดท้ายไปที่คู่ทีม เลสเตอร์ ซิตี้ น้องใหม่ที่มีเจ้าของสโมสรเป็นนักธุรกิจชาวไทย พบทีม เอฟเวอร์ตัน ทีมที่มีสปอนเซอร์คาดอกเป็นของคนไทยเช่นเดียวกัน นัดแรกของซีซั่นแบบนี้ก็ต้องนิมนต์พระสงฆ์มาเพื่อเป็นศิริมงคลซะหน่อย แต่เดี๋ยวๆๆๆ หลวงพี่ครัช เซลฟี่เพลินเลยนะ

 

 

 

โปรแกรมพรีเมียร์ลีกทีมแมนฯ ยูและมาวิเคราะห์บอลในรูปเกมการคุมทีมระหว่างมอยส์และฟานกัล


สำหรับเพลง คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอขอให้กับ…

 

กับความผิดพลาดในวันนี้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้เลวร้ายอะไร และยังมีตัวอย่างให้เห็นบ่อยๆ ว่า รีบเจ็บ รีบหาย รีบกลับมาล่าแชมป์ในตอนท้ายมีบ่อยไป

 

 

แม้เพลงอาจจะเก่าไปสักหน่อย แต่เชื่อว่าใครหลายคนน่าจะยังจำเพลงนี้ได้ดี และจำหน้าผู้ชายคนนี้ได้แม่นยำไม่ต่างกัน คิดถึงเขาหรือไม่? หลังจากที่ทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดซีซั่นด้วยความพ่ายแพ้ แหม แซวเล่น

 

เดี๋ยวก่อนนะ

 

ซึ่งเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว เดวิด มอยส์ พาทีม ปิศาจแดง เปิด ซีซั่นกับ สวอนซี ซิตี้ ทีมเดียวกันเปี๊ยบ เปลี่ยนสถานที่เป็น ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม เวลส์ แถมยังเปลี่ยนสกอร์เป็นคนละเรื่อง

 

จาก 1-2 เป็น 4-1

 

ศึกพรีเมียร์ลีกนัดที่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2013/14 นัดเปิดสนามกับทีมสวอนซี

 

  • ดาบิด เด เคอา
  • ฟิล โจนส์
  • ริโอ เฟอร์ดินานด์
  • เนมานย่า วิดิช
  • ปาทริซ เอวร่า
  • ทอม เคลฟเวอร์ลี่
  • ไมเคิ่ล คาร์ริค
  • ไรอัน กิ๊กส์
  • อันโตนิโอ วาเลนเซีย
  • โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
  • แดนนี่ เวลเบ็ค

 

โดยในครั้งนั้นทุกคนก็คิดเหมือนกันว่า นี่คือ เดอะ โชเซ่น วัน แต่อยู่ไปเรื่อยๆ ทองก็ลอก แต่มันก็ไม่ได้เริ่มต้นแย่ขนาดนี้

 

 

ภาพสถิติ การครอบครองบอลจากเกมเริ่มต้นฤดูกาล 2013/14
ภาพสถิติ การครองบอลจากเกมเริ่นต้นฤดูกาล 2014/15

เริ่มต้นเกมอุ่นเครื่องในช่วงปรีซีซั่นยังไม่สามารถบอกอะไรไม่ได้ เป็นประโยคคลาสสิกที่เรามักจะพูดกันบ่อยๆ ครั้งนี้เราก็ต้องยกประโยคนี้มาพูดอีกครั้ง และแชมป์ กินเนส อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ ไม่ได้รับประกันความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก ไม่ได้จิก แค่พูดความจริง

 

สำหรับสถิติด้านบนน่าจะพอบอกได้ว่า ชุดนักเตะของ หลุยส์ ฟาน กัล ยังขาดตรงไหน มองคร่าวๆ จากตรงนี้และรูปเกมในสนาม เรื่องของการสร้างสรรค์เกมกลางสนามน่าจะโดนตั้งคำถามมากที่สุด อันเดร เอร์เรร่า ตอบโจทย์หรือยัง? ส่วน แอชลี่ย์ ยัง ที่โชว์ฟอร์มได้ตื่นตามากในปรีซีซั่น กลับไปเป็น อาจารย์ยัง เหมือนเดิม  ส่วน เจสซี่ ลินการ์ด ที่เซอร์ไพรส์เป็นตัวจริง ลงมา 24 นาทีเดี้ยง ก็ทำให้เราได้เจอกับตำนานหลายเลข 11 คนใหม่ อั๊ดนาน ยานาไซ ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยถนัดการเป็นฟูลแบ็ค เข้าใจว่าต้องให้เวลา แต่ถ้าพูดถึงการดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่งก็พอใช้ได้ ค่อนไปทางดี

 

 

นี่คือรายชื่อ 11 ผู้เล่นตามคาดของ แม็ตต์ เลอ ทิสซิเอร์ ซึ่งออกมาผิดเพี้ยนไปเล็กน้อย

 

โปรแกรมบอล : โดยหลังจากที่ฟาน กัล ได้พยายามให้โอกาสดาวรุ่งหรือแท็คติกอะไรสักอย่าง และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ตัวจบสกอร์คนสำคัญที่ยังพักแข้งอยู่ หลังผ่าน เวิลด์ คัพ มานานกว่าคนอื่น ส่วน แดนนี่ เวลเบ็ค บาดเจ็บ แต่มันก็น่าเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ แม้มีหลายคนคิดว่า การจากไปของแข้งตัวเก๋าหลายคนอย่าง 1.ริโอ เฟอร์ดินานด์, 2.ปาทริซ เอวร่า น่าจะทำให้ แนวรับดาวรุ่งที่มีความเร็วจับคู่แข่งได้อยู่หมัด แม้จะโฉ่งฉ่างไปบ้าง หรือเล่นหนักไปหน่อย แต่น่าจะตามบอลทัน นั่นคือภาพที่เราคิด แต่ความเป็นจริงที่แฟน ผี รู้ดีคือ กองหลังที่มีไว้ใจยังไม่ได้

 


สำหรับแนวรุกใน วันนี้ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ชิชาริโต้ ขยันวิ่ง วิ่งเก่ง วิ่งเร็ว แต่ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น เขายังเป็นตัวจบสกอร์โป้งเดียวจอด ที่ควรลงมาทำหน้าที่ซูเปอร์ซับมากกว่าตัวจริง ส่วน เวย์น รูนี่ย์ ก็ถือว่าผลงานไม่เลว ถ้านับรวมประตูตีเสมอ 1-1 แต่นอกเหนือจากนั้น ภาระกัปตันคงหนักไปหน่อย

นี่คือคะแนนความสามารถจาก สปอร์ตส์เมล

 

1.ดาบิด เด เคอา 5.5


โดยที่ความจริงแล้ว 2 ประตูที่เสียไป ไม่อยากโทษว่าเป็นความผิดของนายด่านรายนี้ แต่ลูกที่ 2 น่าจะป้องกันได้ดีกว่านี้หน่อย


2.ฟิล โจนส์ 6


และเขาในครึ่งแรกเล่นได้ดีทีเดียว แถมยังเล่นเกมรุกได้ดีอีกด้วย เล่นดีจนกระทั่ง เจฟเฟอร์สัน มอนเตโณ่ ลงมาสร้างปัญหาให้ ความดีที่ทำไว้เลยโดนหักล้างไป

 

3.คริส สมอลลิ่ง 5.5


ซึ่งในบรรดาแนวรับ 3 คน น้องเล็ก ครองบอลได้ดีที่สุด แต่พลาดจังหวะเสียประตูที่ 2 อย่างแรง

 

4.ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ 6.5

 

เขานั้นโดน นาธาน ดายเออร์ เล่นงาน ทำให้โชว์ความสามารถด้านการผ่านบอลได้ไม่ดี

 

5.เจสซี่ ลินการ์ด 6

 

ยังได้ลงเล่นน้อยเกินไป ทำให้ได้คะแนนเท่าที่เห็น ซึ่งยังพิสูจน์อะไรไม่ได้

 

6.อั๊ดนาน ยานาไซ 7 เป็นตัวสำรอง นาทีที่ 24

 

ได้ดวลกับ นีล เทย์เลอร์ ได้ดี ในบรรดาผู้เล่นทั้งหมดของ ยูไนเต็ด ถือว่าดีที่สุดแล้ว แม้จะยังไม่ถนัดการลงต่ำ แต่ต้องเก็บประสบการณ์อีกนานกว่าจะได้สักครึ่งของ ไรอัน กิ๊กส์

 

7.ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 6.5

 

คนนี้ดูโอเคที่สุดในแดนกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด วันนี้ แต่ถ้าเทียบกับผู้เล่นของ สวอนซี ก็ยังเป็นรอง

 

8.อันเดร์ เอร์เรร่า 6

 

เป็นคนที่ครองบอลได้ และเล่นบทบาทปิดทองหลังพระดีทีเดียว เพียงแต่แผนวันนี้อาจดูเหมาะกับ มารูยาน เฟลไลนี่ มากกว่า

 

9.มารูยาน เฟลไลนี่ 6 เป็นสำรอง นาทีที่ 67

 

ซึ่งเขาเป็นสำรองที่ลงมาทำหน้าที่ที่แดนกลางของทีมยังขาดไป และวันนี้เล่นดีกว่า อันเดร์ เอร์เรร่า เรียกว่าเปลี่ยนตัวถูกคน

 

10.แอชลี่ย์ ยัง 5.5

 

เรียกได้ว่าอาจจะไม่ถนัดนัดที่ต้องเป็นฟูลแบ็ค ทำให้ผลงานตำกว่ามาตรฐาน ขึ้นได้ ลืมลง ต้องปรับตัวอีกหน่อย และจากการที่ปรีซีซั่นทำผลงานดี วันนี้จึงได้คะแนนน้อยผิดคาด

 

11.ฆวน มาต้า 6

 

เป็นคนที่ต่อบอลได้ ผ่านบอลดี แต่มีพลาดให้เห็นหลายครั้ง เหมือนความดีกับความผิดพลาดหักล้างกันจนไม่เหลืออะไรมาก

 

12.ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ 5

 

มีดีที่ขยันวิ่ง แต่ไม่มีผลงาน จบ!

 

13.นานี่ 6 เป็นตัวสำรอง นาทีที่ 46

 

สามารถช่วยเกมด้านริมเส้นซ้ายได้ดีกว่า แอชลี่ย์ ยัง

 

14.เวย์น รูนี่ย์ 6.5

 

สำหรับครึ่งแรกดูอึดอัด และมีปัญหาเล็กน้อย แต่ก็ทำประตูได้ อย่างไรก็ดี ส่วนร่วมกับเกมยังน้อยไป

 

 

ซึ่งถ้าเขาเอามือขึ้นมาอีกข้างนี่ มอยส์ ชัดๆ

ด้วยความผิดพลาดในวันนี้ของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้เลวร้ายอะไร เพียงแค่สะท้อนความบกพร่องบางอย่างของแท็คติกกุนซือดัตช์ที่เราคิดว่าน่าจะ ดี ซึ่งการเริ่มต้นด้วยความพ่ายแพ้ อาจจะดีกว่าเริ่มต้นแบบสวยหรู เพราะเจ็บทีหลังหนักกว่า และยังมีตัวอย่างให้เห็นบ่อยๆ ว่า รีบเจ็บ รีบหาย รีบกลับมาล่าแชมป์ในตอนท้ายมีบ่อยไป

 

คำคมด้วยรักและจิกกัด

 

 

สำหรับมอยส์วอนขอแฟนผีให้เวลาฟานกัล 

 

รู้สึกจะหล่อขึ้นมาเลย หลังมอยส์ เปิดใจหลังเห็นทีม ปีศาจแดง พ่ายคาบ้าน วอนสาวก เร้ด อาร์มี่ อดทนรอผลงานของเจ้านายคนใหม่ เชื่ออีกไม่นาน ฟาน กัล พาทีมงัดฟอร์มเก่งแน่

 

เมื่อเดวิด มอยส์ อดีตผู้จัดการของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาแสดงความเห็น หลังจากที่ทัพทีม ปีศาจแดง ทำผลงานสุดบู่ ประเดิมฤดูกาลใหม่ด้วยการเปิดบ้านพ่ายต่อ สวอนซี ซิตี้ ไป 1-2 ในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา วอนเหล่า เร้ด อาร์มี่ ให้เวลา หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือคนใหม่ได้พิสูจน์ฝีมือ เชื่ออีกไม่นาน นายใหญ่ชาว ดัตช์ จะพาทีมงัดฟอร์มเก่งได้แน่

 

โดยมอยส์ ที่เคยได้คุมทีม ปีศาจแดง ต่อจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก่อนถูกปลด ภายในระยะเวลาแค่ 9 เดือน พูดถึงผลงานของต้นสังกัดเก่าว่า ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าการคุมทีมต่อจากที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำไว้ ไม่ว่าใครก็ต้องใช้เวลาทั้งนั้น หลุยส์ ฟาน กัล เองก็ต้องการเวลาเพื่อทำงานนี้ให้ดีขึ้น เขาต้องการโอกาสเพื่อจะปรับแต่งทีมให้เป็นอย่างที่ใจเขาต้องการ

 

และสำหรับ ฟาน กัล ทำสถิติใหม่ที่ไม่มีใครอยากจำ ด้วยการพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้คาบ้านในนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 42 ปี ในขณะที่ มอยส์ แม้จะโดนวิจารณ์เรื่องฝีมือการคุมทีมมากมาย แต่เขาก็ยังสามารถพาทีมบุกไปเอาชนะทีม สวอนซี ถึงบ้านได้ 4-1 ในเกมนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน

 

 

สื่อเมลอ้างทีมหงส์แดงยังสนดึงฟัลเกามาล่าประตู

โดยที่ เดลี่เมล ลือสนั่นว่าทีม หงส์แดง ยังสนดึง ฟัลเกา เสริมแนวรุก แม้หอกโคลอมเบียนสนซบ “ชุดขาว” มากกว่า เล็งหาช่องยืมตัวเสริมทัพแม้ต้องทุ่มจ้างแพง 11 ล้านบ./สัปดาห์ แถมต้องจ่ายค่าเช่าให้ทีม โมนาโก ถึง 660 ล้านบาท

 

เมื่อเดลี่เมล สื่อชื่อดังรายงานว่า ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงสนใจจะคว้าตัว ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้า โมนาโก ใน ลีก เอิง ฝรั่งเศส มาเสริมทัพให้ได้ในฤดูกาลนี้ แม้จะเป็นที่รู้กันดีว่าตัวนักเตะสนใจจะย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด โคตรทีมใน ลา ลีกา สเปน มากกว่า

 

สำหรับ เอล ติเกร ไม่ได้มีความสุขกับการค้าแข้งในเมืองน้ำหอมและต้องการจะย้ายทีมโดยมีทีม ราชันชุดขาว เป็นจุดหมายต่อไป อย่างไรก็ตามมหาอำนาจจากแดนกระทิงดุใช้จ่ายไปแล้วเกือบ 90 ล้านปอนด์หรือ 4.95 พันล้านบาท กับ 1.ฮาเมส โรดริเกซ, 2.โทนี่ โครส และ 3.

 

เคย์เลอร์ นาบาส ทำให้ต้องระวังเรื่องการซื้อนักเตะเพื่อไม่ให้ขัดกับกฎไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์

 


จากนั้นทีมเรอัล มาดริด จึงจะขอยืมตัว ฟัลเกา มาก่อนและพ่วงด้วยออพชั่นซื้อขาดหลังจบฤดูกาล แต่ โมนาโก ต้องการให้จ่ายเงินซื้อขาดเท่านั้น หรือไม่อย่างนั้นก็จะปล่อยให้สโมสรอื่นๆ ยืมตัวไปใช้งานแทน

ถึงแม้ว่าดาวยิงโคลอมเบียนจะอยากย้ายไปล่าตาข่ายในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว แต่หาก โลส บลังโกส ไม่ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวเขาไปร่วมทีมภายในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่เหลือก่อนตลาดนักเตะจะปิดลง เจ้าตัวก็พร้อมจะพิจารณาย้ายไปอยู่กับสโมสรอื่นแบบยืมตัวแทนเพื่อรอโอกาสย้ายไปเล่นให้กับทีมในดวงใจในฤดูกาลหน้า

 

และทีม หงส์แดง จึงหวังที่จะใช้โอกาสนี้ดึงตัว ฟัลเกา มาร่วมทีมให้ได้ แม้จะต้องพบปัญหาทางการเงินทั้งเรื่องค่าจ้างต่อสัปดาห์ซึ่งสูงถึง 200,000 ปอนด์ ราว 11 ล้านบาท แล้วยังจะค่าเช่าซึ่ง โมนาโก เรียกสูงถึง 12 ล้านปอนด์ ราว 660 ล้านบาท โดยหากพวกเขาเจรจาไม่สำเร็จ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็พร้อมจะเสียบดึงตัวหัวหอกร่างตันเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในทันที

 

มูเผยรำลึกความผิดพลาดเมินเซ็นคอสต้า8ปีก่อน

ถึงแม้ว่ายังไง แต่สุดท้ายก็ได้มา เมื่อมูรินโญ่ รำลึก ตนเองเหมือนเป็นคนตาบอด ที่เมินเซ็นคว้าตัว คอสต้า มาร่วมทัพทีม สิงห์บลูส์ เมื่อ 8 ปีก่อน พร้อมเชื่อทีมอื่นก็คงเสียดายที่มองข้ามนักเตะรายนี้เช่นกัน

 

โดยหลังจากที่โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือฝีปากกล้าของ เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าตนเองผิดพลาดอยู่ไม่น้อย ที่มองข้ามไม่ยอมเซ็นสัญญาคว้าตัว ดีเอโก้ คอสต้า ศูนย์หน้าทีมชาติ มาร่วมทัพทีม สิงห์บลูส์ เมื่อปี 8 ก่อน สมัยนักเตะรายนี้เริ่มอาชีพค้าแข้งกับ บราก้า ทีมดังในลีก โปรตุเกส โดยเชื่อมั่นด้วยว่าสโมสรอื่น ก็ต้องรู้สึกเสียดายเช่นเดียวกัน

 

สำหรับกองหน้าวัย 25 ปี ได้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับืทีม แอตเลติโก มาดริด เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา หลังยิงไป 36 ประตู รวมทุกรายการ พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ลีก จนสถาปนาขึ้นมาเป็นกองหน้าระดับท็อปของยุโรป ส่งผลให้ เชลซี ยอมทุ่มเงินถึง 32 ล้านปอนด์หรือ 1,760 ล้านบาท คว้าตัว คอสต้า มาเสริมทีม

 

และเดอะ แฮปปี้ วัน ซึ่งได้กลับมาคุมทัพทีม สิงห์บลูส์”เป็นครั้งที่ 2 ได้กล่าวถึงความหลังที่พลาดโอกาสคว้าตัว คอสต้า มาร่วมทีมสมัยที่เจ้าตัวมากุมบังเหียน เชลซี ครั้งแรก เมื่อปี 2006 โดยได้ระบุว่า ความจริงแล้ว เมื่อครั้งที่ คอสต้า ค้าแข้งอยู่ในลีกโปรตุเกส ผมก็เห็นเขาอยู่นะ แต่เหมือนทุกๆ คนจะตาบอดกันหมดรวมถึงตัวผมเองด้วย



โดยที่ท่านสามารถติดตาม ไฮไลท์ฟุตบอล ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก 

เพิ่มเติมได้ที่ 

http://sport.sanook.com/football/premierleague/