ฟุตบอลทีมบาร์ซ่าบุกอัดทีมตราหมี 3-2 เข้ารอบโกปา +คลิป

ทีมบาร์ซ่าบุกอัดทีมตราหมี 3-2 เข้ารอบโกปา +คลิป

 

  • การแข่งฟุตบอลโกปา เดล เรย์ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2
  • ทีมแอตเลติโก มาดริด 2 – 3 ทีมบาร์เซโลน่า
  • ผลรวมสองนัด ทีมบาร์เซโลน่าชนะ 4 – 2
  • แข่งกนที่สนาม : บิเซนเต้ กัลเดร่อน

 

 

สำหรับศึกลูกหนัง โกปา เดล เรย์ สเปน รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสองวิเคราะห์บอล ทีมตราหมี แอตเลติโก มาดริด เปิดสนาม บิเซนเต้ กัลเดร่อน รับการมาเยือนของ ทีมเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า หลังจากนัดแรกบาร์เซโลน่าเป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ ทีมแอตฯ มาดริดผลบอล 1 – 0

 

ในเกมนี้ เจ้าบ้าน ทีมแอตฯ มาดริด งานหนัก เมื่อต้องเอาชนะให้ได้สถานเดียวเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสผ่านเข้ารอบต่อไป ความพร้อมนักเตะวันนี้ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ส่ง เฟอร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าขวัญใจแฟนฟุตบอลตราหมีแทน มาริโอ มานด์ซูคิช หัวหอกทีมชาติโครเอเชีย ลงยืนศูนย์หน้าคู่กับ อองตวน กรีซมันน์ในแดนหน้า

 

ในฟากของทีมเยือน อย่างทีมบาร์เซโลน่า กุมความได้เปรียบหลังตุนสกอร์ไว้ 1 ลูก ซึ่งนัดนี้ขอแค่เสมอ ทีมบาร์เซโลน่าก็ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ความพร้อมของทีมเทรนเนอร์ หลุยส์ เอ็นริเก้ ใส่ชื่อ 1.หลุยส์ ซัวเรส, 2.เนย์มาร์, 3.ลิโอเนล เมสซี่ ลงสามประสามในแดนหน้าคอยล่าตาข่าย

 

และผลปรากฏว่า ทีมแอตฯ มาดริด แพ้ ทีมบาร์เซโลน่าผลบอล 2 – 3 โดยเจ้าบ้าน ทีมตราหมี ได้ประตูนำก่อนตั้งแต่ไก่โห่จากการยิงของ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ในนาทีที่ 1

 

 

เพียงแต่หลังจากนั้นแค่แปดนาที เนย์มาร์ มายิงตีเสมอให้ ทีมบาร์เซโลน่า ได้ทันควันในนาทีที่ 9 กระทั่งนาทีที่ 30 ทีมแอตฯ มาดริด ได้ลูกจุดโทษ ก่อนที่ ราอูล การ์เซีย จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปให้เจ้าบ้านออกนำอีกครั้งผลบอล 2-1

 

ซึ่งเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 38 ทีมบาร์ซ่าได้ประตูตีเสมอได้สำเร็จจากการทำเข้าประตูตัวเองของ เชา มิรานด้า กองหลังแอตฯ มาดริด

 
และก่อนที่ในนาทีที่ 41 ทีมบาร์เซโลน่าจะมาได้ประตูชัย จาก เนย์มาร์ และเป็นประตูที่สองของตัวเองด้วย โดยเกมนี้เจ้าบ้านต้องเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 9 คน เมื่อ กาบี้และ มาริโอ ซัวเรซ โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม

 

และในช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม ทีมแอตฯ มาดริด แพ้ ทีมบาร์เซโล่า คารังผลฟุตบอล 2-3 รวมสองนัด บาร์เซโลน่าชนะ 4-2 ส่งผลให้บาร์ซ่าผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะระหว่าง เกตาเฟ่ พบกับ บียาร์รีล ต่อไป

 

ตารางบอลรายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมแอต มาดริด:

  1. ยาน โอบลัค
  2. ฆวนฟราน ตอร์เรส
  3. โฮเซ่ คีเมเนซ
  4. ชูเอา มิรันด้า
  5. กิลแยร์เม่ ซิเกยร่า
  6. ราอูล การ์เซีย
  7. กาบี เฟร์นานเดซ (กัปตันทีม)
  8. มาริโอ ซูอาเรซ
  9. อาร์ดา ตูราน
  10. เฟร์นานโด ตอร์เรส
  11. อ็องตวน กรีซมันน์

 

 
รายชื่อตัวสำรอง:

  1. มิเกล อังเคล โมย่า (ผู้รักษาประตู)
  2. มาริโอ มานด์ซูคิช
  3. ราอูล ฮิเมเนซ
  4. ซาอูล ญีเกซ
  5. เฆซุส กาเมซ
  6. รูเบน กานี่
  7. ลูกัส เอร์นานเดซ

 
ทีมบาร์เซโลน่า:

  1. มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น
  2. ดาเนียล อัลเวส
  3. เคราร์ด ปีเก้
  4. ฮาเวียร์ มาสเคราโน่
  5. จอร์ดี้ อัลบา
  6. อีวาน ราคิติช
  7. เซร์คิโอ บุสเก็ตส์
  8. อันเดรส อีเนียสต้า (กัปตันทีม)
  9. หลุยส์ ซัวเรซ
  10. ลีโอเนล เมสซี่
  11.  เนย์มาร์

รายชื่อตัวสำรอง:

 

  1. จอร์ดี้ มาซิป (ผู้รักษาประตู)
  2. ชาบี เอร์นานเดซ
  3. ราฟินญ่า
  4. อาเดรียโน่ คอร์เรอา
  5. เฌเรมี่ มาติเยอ
  6. มาร์ก บาร์ตร้า
  7. เปโดร โรดริเกซ

 
กรรมการผู้ตัดสิน: เฆซุส คิล มานซาโน่

 

 

เป็นทางเลือกที่ไม่มีทางเลือกของ โค้ชมูรินโญ่ และ โค้ชเปเญกรินี่

เป็นทางเลือกที่ไม่มีทางเลือกของ โค้ชมูรินโญ่ และ โค้ชเปเญกรินี่

 

 

 

 

สำหรับผลการแข่งขันฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่างเอฟเอคัพ น่าจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนบอลหลายคู่เลยทีเดียว

 

และโดยเฉพาะสองทีมนำจ่าฝูงและรองจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกอย่าง ทีมเชลซี และ ทีมแมนฯ ซิตี้ ที่กอดคอจูงมือกันโบกมือลาฟุตบอลถ้วยรายการนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

 

ซึ่งจริงๆ  แล้วก่อนหน้านี้อย่างที่เขียนไว้ในคอลัมน์เมื่อวานว่าทั้ง สิงห์บลู และ เรือใบสีฟ้า น่าจะมองข้ามฟุตบอลรายการนี้ด้วยศักยภาพที่เพียงพอและมากกว่าทีมอื่นๆ ในการลุ้นแชมป์ลีก

 

ซึ่งจะเห็นจากการจัดตัวของกุนซืออย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ กับ มานูเอล เปเญกรินี่  น้นไม่ได้ส่งผู้เล่นชุดใหญ่ที่ดีที่สุดที่ใช้เป็นประจำลงสนามครบทั้ง 11 ตัว

 

เพียงแต่ว่าจะคละเคล้าตัวสำรองลงไปบ้าง เพื่อให้นักเตะตัวหลักบางคนได้พัก เนื่องจากเป้าหมายหลักในฤดูกาลนี้ของทั้งคู่คือ แชมป์พรีเมียร์ลีก กับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก เท่านั้น ที่เหลืออีก 2 รายการ คือลูกเมียน้อย

 

และถ้าหากว่าไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกันถึงรองแชมป์ฤดูกาลที่แล้วจากกรุงลอนดอน ยังมี ศึกแคปิตอลวัน คัพ วันพรุ่งนี้ที่จะเจอกับ ทีมลิเวอร์พูล ในนัดที่สอง หลังจากนัดแรกเสมอกันมา  1 – 1
นั่นทำให้ มูรินโญ่ อาจจะต้องให้น้ำหนักกับฟุตบอลรายการนี้มากกว่าเดิมและจริงจังในเกมนี้มากขึ้น เพราะถ้าจับพลัดจับผลูเป็นแชมป์ได้อาจจะพอเป็นไม้กันหมาไม่ให้ โรมัน อบราโมวิช ไล่ตนออกหรือพิจารณานานๆ ถ้าเกิดชวดแชมป์สองเป้าหมายหลัก

 

 

 

ในขณะที่แชมป์พรีเมียร์ลีกปีล่าสุดจาก ทีมแมนเชสเตอร์ เหลือแค่ 2 รายการ ที่เป็นเป้าหมายหลักเท่านั้น แถมก่อนเกมที่จะแพ้ ทีมมิดเดิลสโบร์ ในบ้าน 0 – 2 ก็เพิ่งมาจากการเก็บตัว โชว์ตัวให้เจ้าของสโมสร ไม่ถึง 1 วันด้วยซ้ำ แค่ 19 ชั่วโมง เห็นได้ถึงความประมาทที่คิดว่ารายการนี้เจอทีมจากดิวิชั่นต่ำกว่าแล้วหมู!

 

สรุปแล้วโดนหมูกัดยับ!

 

เพราะฉะนั้นลองวิเคราะห์บอล เปเญกรินี่ ก็จะพลาดไม่ได้อีกแล้วในนัดที่เหลือ ทั้งโปรแกรมบอลลีกหรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่มองว่าแชมเปี้ยนลีกสำคัญกว่าเนื่องจาก ชีค มันซูร์ เจ้าของสโมสรยังไม่เคยได้สัมผัส
และถ้าดูคู่แข่งในตารางบอลยุโรปของทั้งสองทีมในนัดที่กำลังมาถึงอีก 1 ข้างหน้า ต้องบอกว่าเหนื่อยหัวใจ ได้ยินชื่อก็ห่อเหี่ยวแล้ว ไม่ใช่เพราะเป็นรอง แต่เพราะศักยภาพของทีมที่ทั้งคู่ต้องเจอมาแบบรุ่นเดียวกัน มีสิทธิเข้ารอบตกรอบแบบครึ่งต่อครึ่ง 50 – 50 เลยทีเดียว

 

ทีมเชลซีต้องเจอกับ ทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง โดยเศรษฐีจากฝรั่งเศสที่อุดมไปด้วยผู้เล่นเกรดเอระดับหมื่นล้าน และถ้าจำกันได้ฤดูกาลที่แล้วที่เจอกัน ทัพ ทีมสิงห์บลู ของ น้ามู อาจจะเข้ารอบเฉียดฉิวด้วยกฎประตูทีมเยือนด้วยซ้ำหลังจากแพ้มาก่อน

 

ส่วนทางด้าน ทีมแมนฯซิตี้ เจอกับ ทีมบาร์เซโลน่า และชื่อนี้ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณ แม้ว่าช่วงหลังฟอร์มการเล่นอาจจะดร็อปลงบ้างแต่ความสามารถระบบทีมตั้งแต่สมัย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังอยู่นะครับ ยิ่งทีมเอเลี่ยน ทีมได้เจอกับคู่แข่งที่พอฟัดพอเหวี่ยงน่าจะทำให้พวก เมสซี่ อินิเอสต้า หรือ ชาบี้ กลับมามีไฟอีกครั้ง ไม่นับเนย์มาร์กับซัวเรซที่กระหายความสำเร็จ

 

สิ่งนั้นทำให้ทางเลือกของกุนซือทั้งสองคือสิ่งเดียวกัน นั่นคือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้เท่านั้นถึงจะพอรับประกันว่าจบฤดูกาลนี้แล้วไม่ต้องหางานใหม่ ซึ่งเชลซีได้เปรียบอยู่ 5 คะแนน

 

 

 

แต่ก็จงอย่าลืมว่ายังเหลือ 15 นัด ที่ไม่รวมเกมที่ต้องเจอกันเอง โดยทุกนัดที่เหลือทั้งคู่มีโอกาสทำแต้มหล่นหาย และเชื่อว่าต้องมีแต้มหายไปบ้างเวลาเจอพวกท็อปไฟว์ด้วยกันอย่าง ทีมแมนฯยู , ทีมอาร์เซนอล หรือ ทีมลิเวอร์พูล

 

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ทางเลือกของน้ามู และ เปเญกรินี่คือ แชมป์พรีเมียร์ลีกสถานเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นทางเลือกเดียวที่เท่ากับไม่มีทางเลือก เพราะผลบอลแชมเปี้ยนส์ลีกโอกาสลุ้นยังเหนื่อยแบบเลือดตาแทบกระเด็นแน่

 

และสุดท้าย จะว่าไปแล้วลองดูโปรแกรมที่ ทีมเชลซี กับ ทีมแมนฯซิตี้ ต้องเจอกันก็สัปดาห์หน้าแล้วนี่หว่า วันเสาร์ บางทีทางเลือกของทั้งคู่อาจจะไม่ใช่แค่แชมป์ลีก แต่ถ้าทีมไหนแพ้ในนัดนี้ อาจจะมีเซอร์ไพรส์สองสัปดาห์ติดด้วยการตกงานของใครสักคนในสองคนนี้

 

ถ้าหากคิดไปคิดมา โค้ชหลุยส์ ฟาน ฮัล, โค้ชอาร์แซน เวนเกอร์ และ โค้ชเบรนแดน ร็อดเจอร์ส อย่าอิจฉาน้ามูและเปเญกรินี่เลย เพราะดูไปดูมามีทางเลือกน้อยกว่าและอาจจะต้องหางานใหม่หลังจบเดือนนี้ด้วยซ้ำ

 

ที่มา: http://sport.sanook.com/129049/

 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ราฮีม โพสท์ภาพล้อเลียนตัวเองและการกำจัดหนูของผีแดง

มุขนี้เจ้าตัวยังฮา! ราฮีม โพสท์ภาพล้อเลียนตัวเองลงไอจี

 

 

หลังจากที่วิเคราะห์บอล ราฮีม สเตอร์ลิ่ง สตาร์ ทีมหงส์แดง ถึงกับฮาแตก เมื่อเห็นรูปตัวเองที่กำลังพัวพันมะรุมมะตุ้มกับ จอห์น เทอร์รี่ แข้งเก๋าของเชลซี บนพื้นสนาม จนถูกนำไปตัดต่อเข้ากับเวทีมวยปล้ำชนิดเข้ากันเป๊ะ เรียกเสียงก๊ากได้ทั่วโซเชี่ยลทีเดียว

 

และราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวจี๊ดของ ลิเวอร์พูล ทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก ชอบใจรูปล้อเลียนจังหวะที่ตัวเองปะทะกับ จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีม เชลซี ในนัดที่เสมอกันผลบอล 1 – 1 ในศึกแคปปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อคืนวันอังคารที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา จนถึงกับต้องโพสท์ลง อินสตาแกรม ส่วนตัวของตนเอง เพื่อแชร์ความฮาให้โลกรู้

 

ซึ่งในเกมดังกล่าว ปีกทีมชาติโปรแกรมบอลอังกฤษวัย 20 ปี กำลังกระชากบอลเข้าในแดนเชลซี ก่อนสุดท้ายถูกกัปตันทีม ทีมสิงห์บลูส์ เข้าขวาง จนทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปบนพื้นสนามซึ่งขณะที่ตัวของ เทอร์รี่ ถูกทับอยู่ข้างล่างแต่ขาของเจ้าตัวกลับม้วนขึ้นมาพันเอวของ สเตอร์ลิ่ง ตรงบริเวณเอวจากด้านหลัง

 

 

และเหตุการณ์นี้ถูกแฟนบอลนำไปตัดต่อแบบเอาฮามากมาย แต่ว่ารูปนี้ สเตอร์ลิ่ง ชอบมากจนถึงขนาดต้องนำมาโพสท์ลง อินสตาแกรม ของตัวเอง พร้อมคำบรรยายว่า รูปนี้ทำผมฮากลิ้งเลย โดยรูปนี้ถูกนำไปตัดต่อกับเวทีมวยปล้ำ ในจังหวะที่ดาวเตะ ทีมหงส์แดง นั่งทับ เทอร์รี่ กำลังตะโกน พร้อมกับเอื้อมมือเพื่อไปแท็กเปลี่ยนตัวกับ เคน นักมวยปล้ำคนดังนั่นเอง

 

 

 

สงสัยจะอยู่ไม่ไหว! ทีมผีแดงเตรียมกำจัดหนูในสนามหลังแฟนร้องเรียน

 

 

 

สนใจเลือกใช้บริษัทกำจัดแมลงของคนไทยดูมั๊ย? สำหรับปัญหาที่ทาง ทีมผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอะเจอยามนี้ เมื่อพบว่ามีการร้องเรียนจากแฟนบอลที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กลายเป็นที่อยู่อาศัยของแขกไม่ได้รับเชิญ ไม่ว่าจะเป็น หนู และ แมลงสาบ ที่พากันวิ่งพล่านไปทั่ว

 

เมื่อสื่อ ประเทศอังกฤษ ได้รายงานข่าวว่า บอร์ดบริหาร ทีมผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ศึกพรีเมียร์ลีกแดนผู้ดี เตรียมว่าจ้างบริษัทกำจัดแมลง เข้ามาทำความสะอาดที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รังเหย้าของตัวเอง หลังมีการร้องเรียนมาว่า สังเวียนฟาดแข้งดังกล่าวมีสัตว์ที่ไม่ได้รับเชิญวิ่งให้พล่านไปทั่วสนาม ไม่ว่าจะเป็น หนู และแมลงสาบ โดยเฉพาะอัฒจันทร์ฝั่งนอร์ธและฝั่งเซาธ์

 

ซึ่งในส่วนสาเหตุนั้น คาดว่าน่าจะเป็นเพราะสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มีที่ตั้งอยู่กับริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์อย่างดี เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากทางสโมสรแล้วว่า เรา ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ดำเนินการกำจัด สัตว์ปฏิกูลเหล่านี้ที่มีอยู่ทั่วสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งจะมีรายงานแบบสำรวจในทุกๆสัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่าทางสโมสรมีสุขอนามัยในขั้นสูงสุดชมไฮไลท์พรีเมียร์ลีกได้ที่นี่ 24 ชม

แค่นี้……ก็หรูแล้ว! ธีรศิลป์ แดงดา

แค่นี้……ก็หรูแล้ว! ธีรศิลป์ แดงดา

 

 

 

ซึ่งวิเคราะห์ผลบอลตลอดหลายเดือนที่ เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกเบอร์ 1 ของเมืองไทย ได้โบยบินไปสัมผัสชีวิตลูกหนังที่แผ่นดินสเปน กับ ทีมอัลเมเรีย

 

สำหรับความยากลำบาก ที่กลายมาเป็นเป็นเครื่องหมายคำถาม ตัวเท่าฝาบ้าน ที่ถามว่า ภาษาที่นั่น มันโคตรสำคัญเลยนะ กับเกมฟุตบอล แล้วมุ้ยจะไหวเหรอ?

สิ่งนั่นคือ สิ่งที่กองหน้าจากค่ายตารางบอล เอสซีจี เมืองทองฯ ต้องเผชิญแบบเลี่ยงไม่ได้ ในการค้าแข้งยังฟุตบอลลีกระดับ ลา ลีกา ที่อุดมไปด้วยผู้เล่นมือพระกาฬ ที่มีภาษาสเปน ใช้ในการสื่อสาร

 

สำหรับ เดอะมุ้ย ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับ ชาวไทย รวมถึงชาวอาเซียน ด้วยการเป็นผู้เล่นไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศสเปน

 

 

 

แต่ว่าช่างน่าเสียดายโปรแกรมบอล ที่เขาไม่สามารถเบิกสกอร์แรกในเกมลีกได้ แต่อย่างน้อย 1 ประตู ในเกมโกปา เดล เรย์ ก็ทำให้เขากลายเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ชาติไทยไปแล้ว

 

สำหรับความเปลี่ยนเปลงหลัง การโดนเด้งพ้นจากตำแหน่ง ของ  ฟรานซิสโก้ โรดริเกวซ และ การมาของนายคนใหม่ที่ชื่อ ฆวน อิกนาซิโอ มาร์ติเนซ  นั้นอาจทำให้สถานการณ์ของมุ้ยดูยากขึ้นหนักกว่าเดิม

 

ซึ่งโอกาสในการมีชื่อติดเป็น 1 ใน 18 นักเตะที่จะได้เล่นเกมลีก ค่อยๆจากไปทีละนิด จนสุดท้ายเขา โดนหั่นชื่อทิ้งจากเกมลีกในบัดดล

 

 

เพียงแต่ว่าจุดหนึ่งที่หลายคนคิดเหมือนกันคือ สโมสรอัลเมเรีย นั้นคือทีมที่ต้องพูดตรงๆว่า นี่คือทีมที่ยากเหลือเกิน หากจะอยู่รอดได้ในลีกสูงสุด

 

สำหรับเรื่องฟุตบอลตัวผู้เล่น และ สภาพการเงินของทีมคงไม่ต้องพูดถึง เพราะสู้ทีมชั้นนำได้อยู่แล้ว แต่ไอ้บรรดาแข้งที่มีอยู่นี่ซิ มันเล่นกันสนุกอยู่คนเดียวจริงๆ ผับผ่าซิ!

 
และใครก็ตาม ที่มีโอกาสได้ดูฟอร์มของสโมสรนี้ จะรู้เลยว่า การเล่นด้วยรูปแบบการเล่นเช่นนี้ มันยากจริงๆ ที่จะอยู่รอดได้ในลีกสุดแกร่งอย่าง ลา ลีกา

 

 

 

 

โดยโปรแกรมพรีเมียร์ลีกตัวผู้เล่นของอัลเมเรีย แต่ละคน หนักไปทางเล่นเพื่อตัวเอง มากกว่าที่จะเล่นเพื่อทีม ลูกควรส่งกลับยิง ลูกควรยิงกลับส่ง มีให้เห็นอยู่เนืองๆ ทั้งเกม

แต่ว่าพอถึงเกมใดที่  ธีรศิลป์ อยู่ในสนามร่วมกับบบรรดาแข้งเหล่านี้ ดูเหมือนเขายังออกลูกเกรงใจเพื่อนร่วมทีม จนบางครั้ง ธีรศิลป์ แทบสูญเสียการเป็นสไตล์ของตัวเอง

 

ก็เอาละ นั่นก็อาจเป็นเพราะ สภาพแวดล้อม และความแข่งแกร่งของคู่แข่ง รวมถึงตัวเจ้ามุ้ยเอง ยังก้าวผ่านจุดนี้ไปไม่ได้

 

สำหรับสิ่งที่แฟนบอลช่วไทย ที่ตามเชียร์ และเอาใจช่วยเจ้ามุ้ย หวั่นเกรงมากที่สุดก็เดินทางมาถึง

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวลือหนาหู ถึงการเตรียมเก็บกระเป๋ากลับเมืองไทย ถาโถมผ่านสื่อทั้งที่สเปน และ เมืองไทย

 

โดยในที่สุดกองหน้าที่ดีที่สุดของเมืองไทย ก็ประกาศชัดเจนว่า เขายกเลิกสัญญากับอัลเมเรีย และเตรียมเดินทางกลับเมืองไทยภายในสิ้นเดือนนี้

 

มีคำถามว่า เดอะมุ้ยไทยแลนด์ ล้มเหลวกับการไปครั้งนี้หรือไม่?

 

ตัวผมขอบอกเลยว่า  ไม่!

ซึ่งมันจะมีสักกี่คนที่ทำได้แบบมุ้ย เสียงคนค่อนแคะ ว่าที่ได้ไปเพราะมีทีมอย่างเอสซีจีหนุนหลัง ไม่งั้นก็ไม่ได้ไปเล่นที่โน่นหรอก!

 

อื้ม อันนี้ฟังแล้วมันเจ็บปวดแทนมุ้ยนะครับ แหมผลบอล ถ้าหากวัดกันด้วยเรื่องฝีเท้า และ สไตล์การเล่นของเขา ดูยังไงในอาเซียน มุ้ยก็คือกองหน้าเบอร์ 1 นะครับ

 

 

 

 

 

สำหรับ การที่ได้ออกไปโลดเแล่นในลีกที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น เบอร์ 1 ของโลก มันฟลุ๊คเหรอ?

 

กับการไปค้าแข้งครั้งนี้ มันไม่มีอะไรจะเสียเหมือนอย่างที่เจ้าตัวบอกไว้ตั้งแต่ก่อนไปแล้วครับ

 

สิ่งสำคัญการหอบเอาประสบการณ์ที่เลอค่า บนแผ่นดินสเปนครั้งนี้ มันหาได้ง่ายๆซะที่ใหนละ

 
และตอนนี้ การกลับบ้านของมุ้ย ผมหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า มุ้ยจะกลับมาเป็น มุ้ยคนเดิม

 

โดยที่กลับมาเล่นฟุตบอลอย่างมีชีวิตชีวา ไร้ซึ่งแรงกดดัน นำประสบการณ์ที่เขาได้รับที่นั่น มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเอง

 

 
และสุดท้าย เพื่อที่เขาจะได้ก้าวไปหาความสำเร็จ ไปพร้อมๆ กับ ทีมชาติไทยของเราไงละครับ

 

 

สู้ต่อไปนะ…..เดอะมุ้ย

 

 
เรื่องโดย บ.ส้มซิ่ง

 

 

ที่มา: http://sport.sanook.com/128121/

ปืนใหญ่ บุกสอยทีมเรือใบคาถิ่น 2 – 0

ปืนใหญ่ บุกสอยทีมเรือใบคาถิ่น 2 – 0

 

ปืนใหญ่ บุกสอยทีมเรือใบคาถิ่น 2 - 0

 

  • การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • แข่งวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2558
  • ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0 – 2  ทีมอาร์เซนอล
  • แข่งที่สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม
  • กรรมการผู้ตัดสิน: ไมค์ ดีน

 

หลังจากที่ได้เริ่มเกมฟุตบอลครึ่งแรก

 

ในนาทีที่ 18 ทีมเยือน ทีมอาร์เซน่อล มีลุ้นประตู เมื่อ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กระชากบอลผ่าน กลิชี่ ก่อนเปิดไปที่เสาแรกให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โฉบมาโหม่งเน้นๆ แต่ไปติด แว็งซ็อง ก็องปานี ที่ตามมาบล็อกได้ทัน

 

นาทีที่ 24 เป็นทีมเยือน มาได้จุดโทษ เมื่อ แว็งซ็อง ก็องปานี ไปเหนี่ยว นาโช่ มอนเรอัล ล้มลงในเขตโทษ และเป็น ซานติ กาซอร์ล่า รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทีมอาร์เซน่อล บุกนำไป 1  - 0

 

ในช่วงท้ายเกม ฝั่งเจ้าถิ่น เดินเครื่องบุกมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถหาโอกาสจบสกอร์ได้ ทำให้จบครึ่งแรก ทีมแมน ฯ ซิตี้ ตามหลัง ทีมอาร์เซน่อลผลบอล 0-1

 

เข้าสู่เกมส์ในช่วงครึ่งหลัง ผ่านไปแค่ 2 นาที เจ้าถิ่น ทักทายทันที จากลูกยิงของ เซร์กิโอ อกูเอโร่ แต่ไม่ผ่านมือ ดาวิด ออสปิน่า ที่ปัดออกหลังไปได้

 

ในนาทีที่ 50  ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นเปิดเกมบุกมากขึ้น และมีโอกาสลุ้นประตูฟุตบอล จากลูกยิงของ ดาบิด ซิลบา ไปติดบล็อกกระดอนมาเข้าทาง แฟร์นานดินโญ่ ตามซ้ำข้ามคานออกไปไกล

 

นาทีที่ 67 ทีมอาร์เซน่อล หนีห่างเป็น 2 – 0 เมื่อ ซานติ กาซอร์ล่า เปิดลูกฟรีคิกมาหน้าประตูให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ขึ้นโขกเต็มๆ บอลเข้าไปตุงตาข่าย

 

 

ต่อมานาทีที่ 71 อเล็กซิส ซานเชซ มีโอกาสส่องนอกกรอบ บอลพุ่งตรงกรอบ แต่ โจ ฮาร์ท ยังปัดไว้ได้

 

 

ต่อมานาทีที่ 80 ทีมแมนฯ ซิตี้ มีลุ้นจากการยิงของ สเตฟาน โยเวติช แต่ยิงไปติดตัว ดาวิด ออสปิน่า แฉลบออกหลังไป

 

 

และในช่วงท้ายเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่มเติม ทำให้จบ 90 นาที ทีมปืนใหญ่ อาร์เซน่อล บุกมาเอาชนะ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ถึงถิ่นผลบอล 2-0 คว้าสามแต้มขยับขึ้นที่ 5 ส่วนทีม ทีมเรือใบสีฟ้า ตามหลังจ่าฝูงเป็น 5 แต้ม

 

 

ชมรายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนามของทั้งสองทีมกันหน่อยดีกว่า

ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4 – 2 –  3 – 1

  1. ผู้รักษาประตู : โจ ฮาร์ท
  2. ปาโบล ซาบาเลต้า
  3. แว็งซ็อง ก็องปานี
  4. มาร์ติน เดมิเคลิส
  5. กาแอล กลิชี
  6. แฟร์นานดินโญ่
  7. แฟร์นานโด
  8. เฆซุส นาบาส
  9. ดาบิด ซิลบา
  10. เจมส์ มิลเนอร์
  11. เซร์กิโอ อกูเอโร่

 
โค้ชผู้จัดการทีม: มานูเอล เปเญกรินี่

 

 

ทีมอาร์เซน่อล 4 – 3 –  3

 

 

  1. ผู้รักษาประตู : ดาวิด ออสปิน่า
  2. เอ็คตอร์ เบเยริน
  3. แพร์ แมร์เตชัคเกอร์
  4. โลร็องต์ ก็อสซิแอลนี่
  5. นาโช่ มอนเรอัล
  6. อารอน แรมซี่ย์
  7. ฟร็องซัวส์ โกเกอแล็ง
  8. ซานติ กาซอร์ล่า
  9. อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด – แชมเบอร์เลน
  10. โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
  11. อเล็กซิส ซานเชซ

 
โค้ชผู้จัดการทีม: อาร์แซน เวนเกอร์

 

 

 

มาดูคลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0 – 2 ทีมอาร์เซน่อล

 

 

 

ข่าวฟุตบอล: ทีมบาร์ซ่าบุกถล่มเอลเช่4-0ฉลุยบอลถ้วย+คลิป

ตัวสำรองยังโหดขนาดนี้! ทีมบาร์ซ่าบุกถล่มเอลเช่4-0ฉลุยบอลถ้วย+คลิป

 

ทีมบาร์ซ่าบุกถล่มเอลเช่4-0ฉลุยบอลถ้วย+คลิป

 

  • ผลฟุตบอล ศึกโคปา เดล เรย์ สเปนฤดูกาล 2014 – 2015
  • ในรอบ 16 ทีม นัดที่ 2
  • แข่งวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2558
  • ทีมเอลเช่ 0 – 4ทีม บาร์เซโลน่า
  • ทำให้รวมผลสองนัด ทีมบาร์เซโลน่า ชนะ 9 – 0
  • แข่งที่สนาม : เอสตาดิโอ มานูเอล มาร์ตีเนซ บาเลโร่
  • กรรมการผู้ตัดสิน : ซานติอาโก้ ไฆเม่ ลาเตร้

 

โปรแกรมบอลโดยเริ่มเกมมาเพียงเเค่ 21 นาที ทีมเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ทีมเยือนได้ประตูออกนำ เอลเช่ ก่อน 1 – 0 จากจังหวะที่เฌเรมี่ มาติเยอ บรรจงปั่นฟรีคิกด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งเสียบเสาเหลี่ยมเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม

 

ในนาทีที่ 40 ทีมบาร์เซโลน่า หนีห่าง ทีมเอลเช่  เป็น 2 – 0 จากลูกยิงไกลด้วยเท้าซ้ายของเซร์กี้ โรเบร์โต้

 

หลังจากนั้นถัดมาอีก 3 นาที มูนีร์ เอล อัดดาดี้ ถูกสกัดล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เเละจังหวะสุดท้ายเป็น เปโดร โรดริเกซ รับหน้าที่สังหารเข้าไป

 

ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 1 ดักลาส ตัวสำรองที่เปลี่ยนตัวลงมาเปิดบอลจากด้านริมเส้นฝั่งขวา มาให้กับอาเดรียโน่ คอร์เรอาสอดมาโหม่งบอลผ่านมือมานู เอร์เรร่าเข้าไปตุงตาข่าย

 

และก็เป็นเป็นประตูปิดท้ายช่วยให้ ทีมเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ที่ส่งดาวรุ่งลงสนามเป็นส่วนใหญ่ บุกมาต้อนเอาชนะ ทีมเอลเช่ผลบอล 4 – 0 รวมผลสองนัดเอาชนะ 9 – 0 ผ่านเข้าไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโคปา เดล เรย์ สเปนตารางบอลฤดูกาล 2014 – 2015 ไปพบกับทีม ทีมตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด ต่อไป

 

มาดูรายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีมที่ลงสนาม

 

ทีมเอลเช่  4 – 2 –  3 – 1 :

  1. มานู เอร์เรร่า
  2. โฆเซ่ เปรัล
  3. เซร์คิโอ เปเลกริน
  4. ดาบิด ลอมบัน
  5. เอดู อัลบาการ์
  6. อาเดรียน กอนซาเลซ
  7. มาริโอ ปาซาลิช
  8. อาร่อน ญีเกซ
  9. ฟรังโก้ ฟรากาปาเน่
  10. เฟร์ราน โกโรมีนาส โกโร่
  11. คริสเตียน เอร์เรร่า

 
ทีมบาร์เซโลน่า 4 – 3 – 3  :

  1. มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น
  2. มาร์ติน มอนโตย่า
  3. มาร์ก บาร์ตร้า
  4. เฌเรมี่ มาติเย่อ
  5. อาเดรียโน่ คอร์เรอา
  6. เซร์จี้ โรเบร์โต้
  7. เคราร์ด กุมเบา
  8. ราฟินญ่า
  9. เปโดร โรดริเกซ
  10. มูนีร์ เอล อัดดาดี้
  11. อดาม่า ตราโอเร่

 

 

ที่มา: http://sport.sanook.com/tag/วิเคราะห์บอล/