หลังเกมซูซุกิคัพ ไทยเชือดสิงคโปร์ผลบอล 2-1

มาดูสกู๊ป หลังเกมซูซุกิคัพ ไทยเชือดสิงคโปร์ผลบอล 2-1

 

มาดูสกู๊ป หลังเกมซูซุกิคัพ ไทยเชือดสิงคโปร์ผลบอล 2-1

 

 

ซึ่งเมื่อวิเคราะห์บอลช่วงหัวค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมาคงมีใครหลายคนที่ไม่พลาดกับศึกลูกหนังชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ ศึกซูซุกิคัพ 2014 นัดแรกของกลุ่ม B ที่สนามกีฬาแห่งชาติประเทศ สิงคโปร์ สปอร์ตฮับ หรือสนามที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

 
และนัดนี้เป็นการพบกันระหว่าง ทัพ ทีมช้างศึก ทีมชาติไทย เจอกับ เจ้าภาพร่วม ทีมชาติสิงคโปร์ ท่ามกลางแฟนบอลเจ้าถิ่นนับหมื่น หลังจากที่ทั้งคู่เคยเจอกันมาในรอบชิงชนะเลิศซูซุกิ คัพ เมื่อ2ปีก่อน

 

โดยครั้งที่แล้วเราเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่สุดท้ายเราก็ต้องน้ำตาตกทั้งนักเตะและแฟนบอล หลังผลรวมสองนัด เราแพ้ ประเทศสิงคโปร์ไป 2-3 และได้แค่รองแชมป์ในปี 2012 ที่ผ่านมา และเราพลาดแชมป์รายการนี้มานานถึง 12 ปีแล้ว

 

 


วีดีโอประมวลภาพ 12 ปีแห่งความว่างปล่าวและเจ็บปวดในศึก AFF Suzuki Cup ของทีมชาติไทย

 

 

และเมื่อสองทีมนี้ถือว่าเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้มากที่สุดอย่าง สิงคโปร์คว้าแชมป์ไปแล้ว 4 สมัย แซงหน้าทีมชาติไทยไปหนึ่งสมัย จาก 9 ครั้งที่ผ่านมา

 

โดยที่เราจะอยู่ร่วมสายกับ ประเทศอินโดนีเซีย และ ประเทศเมียนม่าร์ โดยมีเจ้าภาพในรอบแบ่งกลุ่มสาย B เป็นประเทศสิงคโปร์

 

และก็ต้องบอกเลยว่าก่อนเกมการแข่งขันของกลุ่มนี้จะเริ่มขึ้น กระแสส่วนใหญ่มองว่าทีมชาติไทยมีภาษีดีกว่าที่จะสามารถคว้าแชมป์กลุ่ม  หลังจากโชว์ฟอร์มอุ่นเครื่องได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

หลังจากที่เก็บชัยชนะรวดทั้ง 3 นัด กับ

  1. ฟิลิปปินส์ ผลบอล 3-0
  2. นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ผลบอล 1-0
  3. นิวซีแลนด์ ผลบอล 2-0

จึงถูกยกให้เป็นทีมเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์กลุ่ม B เหนือกว่า เจ้าภาพ ประเทศสิงคโปร์

 

ซึ่งก่อนเกมการแข่งขัน โค้ช ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย หวังเก็บ 7 แต้ม ในรอบแรกเพื่อผ่านเข้ารอบต่อไปนั้นคือจะต้องเสมอหนึ่งและชนะสองนัด

 

และสำหรับเกมนี้จัดทัพในระบบ 4-3-3 นั้นมี

  • กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์
  • พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา
  • ประวีนวัช บุญยงค์
  • อดิศร พรมรักษ์
  • ชาริล ชัปปุยส์
  • เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์
  • สารัช อยู่เย็น
  • ประกิต ดีพร้อม
  • มงคล ทศไกร
  • กีรติ เขียวสมบัติ

 

 

และในส่วนทางด้าน ฮารูน ที่เป็นมิดฟิลด์ตัวเก่งของเจ้าภาพ ได้กล่าวว่า ทีมชาติไทยเป็นทีมที่เน้นการครองบอลเป็นปกติ และพวกเขาก็มีความเร็วสูงมาก นอกจากนี้เมื่อพวกเขาเสียบอล พวกเขาก็จะกดดันใส่ฝ่ายตรงข้ามทันที เพื่อเอาลูกกลับมาครองให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และยอมรับว่าทีมของเขาอาจจะต้องยอมเล่นในสไตล์การเล่นที่น่าเบื่อเพื่อหยุดทัพช้างศึกและคว้าสามคะแนนมาครองให้ได้

 

ซึ่งในขณะที่รูปเกมในช่วงต้นครึ่งแรกทั้งสองทีมเปิดเกมรุกแลกหมัดกันทันที ก่อนที่จะเป็นทัพ ทีมไทย ออกอาวุธได้น้ำได้เนื้อมากกว่า และมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากนักเตะจอมขยันอย่าง มงคล ทศไกร หัวหอกจากค่าย อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่วิ่งเข้าไปชาร์จหน้าประตูจ่อๆ

 

โดยหลังจากที่เจ้าภาพประเทศสิงคโปร์เสียประตูแรก ก็ยังคงไม่เร่งเครื่องมากนัก ยังคงเล่นแบบรัดกุมตามแผนที่วางใว้ คือการตั้งรับให้เหนียวแน่น หายจังหวะตัดการเล่นลูกสั้นที่เป็นทีเด็ดของทีมไทย และใช้เกมสวนกลับออกด้านข้าง

 

ซึ่งสุดท้ายบรรดาแข้งนักเตะ ลอดช่อง ก็ทำสำเร็จเมื่อมาได้ประตูตีเสมอผลบอล 1-1 จากจังหวะครอสบอลจากด้านข้างเข้าเขตโทษ ก่อนเป็น คอยรุล อัมรี ที่วิ่งสอดมาโขกเหน่งๆ เข้าไปตุงตาข่าย

 

โดยที่ครึ่งหลังเจ้าภาพมาเน้นตั้งรับมากขึ้น หวังใช้เกมสวนกลับเช่นเคย ทำให้ทีมไทยไม่สามารถเดินเกมที่ถนัดได้ เลยจำเป็นที่ โค้ชซิโก้ นั้นจะต้องแก้เกม ส่ง อดิศักดิ์กับเจลงมา ทำให้เกมไหลลื่นและมีจังหวะจบสกอร์หลายต่อหลายครั้ง

 

 

และจนที่มาได้ประตูจากการที่เราเล่นเกมรุกมากขึ้น กดดันให้เจ้าภาพจิตหลุดควบคุมแขนตัวเองไม่อยู่ และทำให้ทีมไทยได้จุดโทษ ก่อนเป็น ชัปปุยส์ มิดฟิลด์หน้าหล่อสังกัด สุพรรณบุรี เอฟซี ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไป

 

นั่นทำแฟนชาวไทยทั้งในสนามและที่รับชมอยู่ทางบ้านเฮกันสนั่นลั่นทุ่งกรุงพระนคร อย่างสะใจสุดๆ เหมือนเจ็บแค้นกันมานานนับหลายๆ ปี

 

และอย่างที่ โค้ชซิโก้ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเกม นัดนี้เสมอถือว่าพอใจ แต่ถ้าได้ 3 แต้มถือเป็นโบนัส

 

โดยที่ในส่วนนัดนี้สำหรับผมถือว่าเรามีโชคเล็กๆ ที่สามารถชนะมาได้ สำหรับเกมรุกถือว่าโอเค แต่แนวรับยังต้องปรับจูนกันอีกหน่อย ส่วน 2 เกมที่เหลือเราชาวไทยก็ยังต้องลุ้นตามเชียร์กันต่อไปนะครับ
และโปรแกรมฟุตบอลของทีมชาติไทยอีก 2 นัดต่อไป

  1. แข่งวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา 16.00 นาฬิกา ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติมาเลเซีย
  2. แข่งวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา 19.00 นาฬิกา ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเมียนมาร์

ถ่ายทอดสดช่อง 7 สี และ Bugaboo.tv ถ่ายทอดสดทุกนัดที่ทีมชาติไทยลงแข่งขัน

 

 

บีร็อดยอมรับผิดหลังทีมหงส์เล่นห่วยหลังพ่ายทีมพาเลซ

 

บีร็อดยอมรับผิดหลังทีมหงส์เล่นห่วยหลังพ่ายทีมพาเลซ

 

  • หลังจากที่ บี-ร็อด นั้นขอรับผิดที่ ทีมหงส์แดง ได้โชว์ฟอร์มเริ่มออกทะเลไปไกล หลังบุกพ่าย ทีมปราสาทเรือนแก้ว ชี้นักเตะในทีมกำลังสูญเสียความมั่นใจอย่างหนัก
  • ซึ่งเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่เป็นผู้จัดการทีม ข่าวลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงขอรับผิดกับผลงานของทัพ ทีมหงส์แดง ที่ตกต่ำลงไปอย่างมาก หลังจากล่าสุดเพิ่งบุกไปพ่ายต่อ ทีมคริสตัล พาเลซ 1-3 ที่่ เซลเฮิร์ทส์ พาร์ค 1-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา วันที่ 23 พฤศจิกายน พร้อมกับชี้ว่านักเตะในทีมกำลังอยู่ในช่วงขาดความมั่นใจอย่างหนัก
  • และบี ร็อด ยังได้ให้สัมภาษณ์ว่า เราออกสตาร์ทได้ดีนะในเกมนี้ และก็ได้ประตูขึ้นนำเร็ว 1.ริคกี้้ แลมเบิร์ต เคลื่อนที่ได้ดี, จับบอลดีและยิงประตูได้เฉียบคมมาก ผมคิดว่าเขาเล่นได้ดีมากในวันนี้ ตอนนี้เราสูญเสียความมั่นใจไปมากกับผลการแข่งขันที่ออกมา ความหนักแน่นของเรามันค่อยๆ หายไป เราเสียประตูง่ายเกินไป แต่มันก็โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเราเอง และในฐานะผู้จัดการทีม ผมจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้เต็มๆ
  • ทั้งนี้เขายังกล่าวอีกว่า เราตั้งใจที่จะเข้มงวดกับการเล่นเกมรับให้มากขึ้น เราทุ่มเทเพื่อมันอย่างหนัก แต่เราไม่เคยครองเกมได้เลย เราต้องเหลือ 10 คน ตอนที่ โจ อัลเลน ปฐมพยาบาลอยู่ข้างสนาม และพยายามสาดบอลทิ้งให้พ้นจากแดนหลังโดยเร็วที่สุด แต่เมื่อเราอย่างนั้นไปเรื่อยๆ มันก็ปล่อยให้คู่แข่งมีพื้นที่มากเกินไป และสุดท้ายเราก็โดนตีเสมอ การคุมเกมนั้นมันเป็นเรื่องของประสบการณ์นะ เรามีนักเตะอายุน้อยหลายคน และบางคนก็ยังใหม่ๆ อยู่กับสโมสรแห่งนี้ แต่ยังไงเราก็ต้องเล่นให้ดีกว่านี้ ร็อดเจอร์ส ร่ายยาว

10 แข้งบอลโลก 2014 ที่เกือบลืมชื่อไปแล้ว

มาดู 10 แข้งบอลโลก 2014 ที่เกือบลืมไปแล้ว

 

มาดู 10 แข้งบอลโลก 2014 ที่เกือบลืมไปแล้ว

1.ชื่อนักเตะ กิเญร์โม่ โอชัว
สังกัดสโมสร – ทีมมาลาก้า

 

ซึ่งหลังจากที่ได้โชว์ฟอร์มอย่างดี ในศึกฟุตบอลโลก จนพาเม็กซิโกเอาชนะแคเมอรูน ยันเสมอบราซิลเจ้าภาพด้วยการเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ก่อนจะเอาชนะโครเอเชียในนัดที่สาม เข้าไปสู่รอบน็อกเอาท์ของการแข่งขัน ก่อนจะแพ้ฮอลแลนด์ตกรอบ ทั้งๆที่เขาเซฟเกือบทั้งเกม

 

เพียงแต่ว่าล่าสุดเขาต้องมาเป็นตัวสำรองอยู่กับ ทีมมาลาก้า เพราะ คาร์ลอส คาเมนี่ ดันถูกใจโค้ชให้เฝ้าเสาเสียมากกว่า เชื่อว่าสัญญาของเขาสามปีที่เซ็นไว้ตอนสิงหาคมนั้น อาจจะสิ้นสุดเร็วกว่ากำหนด เพราะฝีมือเขามีดีกว่าต้องมานั่งสำรอง

 

2.ชื่อนักเตะ  ดิวอค โอริกี้
สังกัดสโมสร – ทีมลีลล์ ( ทีมลิเวอร์พูลปล่อยให้ยืมตัว )

 

ซึ่งหลังจากที่กองหน้าวัย 19 ปี ที่ซัลโวประตูชัยในนาทีที่ 88 ให้ทีมเบลเยียมชนะทีมรัสเซียมาได้ ทว่าหลังจากดังช่วงข้ามคืน ก็เป็นลิเวอร์พูลที่ซื้อขาดเขาด้วยราคา 10 ล้านยูโร โดยมีออพชั่นให้ ทีมลีลล์ สังกัดเดิมยืมใช้งานไปก่อน

 

แต่ว่า ในเวลาล่าสุดลีลล์ที่ผลงานในลีกไม่ชนะใครมา 8 นัดแล้ว โอริกี้ เองก็ยิงได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น ตั้งแต่สตาร์ตซีซั่นมา ทำให้จากดังเป็นพลุแตก ก็กลายเป็นเงียบเหมือนเป่าสาก อย่างไรก็ตาม ทีมลิเวอร์พูลเตรียมเรียกกลับมาใช้งานในช่วงเปิดตลาดที่จะถึงนี้ นั่นอาจจะทำให้เขากลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง

 

3.ชื่อนักเตะ อิสลาม สลิมานี่
สังกัดสโมสร – ทีมสปอร์ติง ลิสบอน

 

 

สำหรับดาวยิงชาวแอลจีเรียนที่ทำผลงานได้ดีควบคู่กับสองประสานทั้ง ยาซีน บราฮิมี่ และ โซฟิยาน เฟกูลี พาแอลจีเรีย ทะลุเข้าถึงรอบสอง สองประตูของเขาที่ทำไว้ในรอบแรกจึงเป็นที่จดจำอย่างมาก

 

วิเคราะห์ผลบอลซึ่งผลงาน 4 ประตูกับลิสบอน ซีซั่นนี้ไม่ถือว่าเงียบซะทีเดียว ทว่าผลงานสโมสรต่างหากที่ฉุดให้เขา ยังก้าวขึ้นมาเป็นดาวไม่ได้เต็มที่ เพราะปัจจุบัน 10 นัดในโปรตุกีสลีก ลิสบอนทำได้แค่ 17 แต้มเท่านั้น รั้งอันดับที่ 8 แบบกร่อยๆ

 

4.ชื่อนักเตะ มิโรสลาฟ โคลเซ่
สังกัดสโมสร – ทีมลาซิโอ

 

ภายหลังจากที่ทำลายสถิติดาวซัลโวตารางฟุตบอลโลกตลอดกาลของ โรนัลโด้ ได้ โดยยิงประตูได้ 16 ประตูจากฟุตบอลโลก 4 หน เล่นเอาหนังสือพิมพ์กีฬาทั่วโลกสรรเสริญกันเต็มไปหมด

 

 
และภายหลังจากนั้นเขาก็ประกาศอำลาทีมชาติ เพื่อมาเล่นให้สโมสรเต็มที่ อย่างไรก็ตามผลงานกับลาซิโอ ยังไม่ค่อยเข้าที่นัก เพราะฟิลิป ยอร์เยวิช ดาวยิงชาวเซิร์บที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับอินทรีกรุงโรมแค่ซีซั่นแรก ซัดไปถึง 6 ประตู มากกว่าโคลเซ่ แบบครึ่งต่อครึ่ง

 

5.ชื่อนักเตะ โจเอล แคมป์เบลล์
สังกัดสโมสร – ทีมอาร์เซน่อล

 

หลังจากที่กองหน้าวัย 21 ปีที่ทีมอาร์เซน่อล ยังไม่เห็นค่าสักที หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้ดีในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา จนทำให้คอสตาริกา ที่ใช้ตัวรุกเพียงสองถึงสามคน ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ

 

ซึ่งในเมื่ออาร์แซน เวนเกอร์ ไม่ยอมใช้งานเขา แล้วก็ไม่ปล่อยเขาไปหาประสบการณ์เหมือนที่เคยทำ ต้องอยู่เป็นตัวสำรองคนที่สามคนที่สี่ของทีม ในเมื่อกุนซือเมืองน้ำหอมชอบ 1.เวลเบ็ค, 2.ซาโนโก้ และ 3.ชิรูด์ มากกว่า

 

6.ชื่อนักเตะ เซอร์ดาน ชากิรี่
สังกัดสโมสร – ทีมบาเยิร์น มิวนิค

 

และอีกคนนึงที่ต้องเป็นตัวรองในนามสโมสร ทั้งๆ ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา โดยการพาสวิตเซอร์แลนด์เข้าสู่รอบสอง ด้วยผลงาน 1 แฮตทริค ได้รอบแรก

 

ซึ่งในสีเสื้อของ ทีมบาเยิร์น เขาไม่ใช่ตัวหลัก เพราะในโปรแกรมบอลตำแหน่งของเขา มันซ้ำกับ 1.ริเบรี่ , 2.รอบเบน และ 3.เกิตเซ่ ทำให้เขาต้องอดทนรอโอกาส หรือถ้าอยากจะสร้างบารมีให้ตัวเอง คงต้องออกจากถ้ำเสือแล้วล่ะ

 

7.ชื่อนักเตะ เอเซเกล การาย
สังกัดสโมสร – ทีมเซนิต

 

ในที่นี้ เขาคือคีย์แมนในแนวรับของ ทีมอาร์เจนตินา ตั้งแต่นัดแรกจนถึงนัดชิงชนะเลิศ แม้สุดท้ายจะต้องอกหักที่มาราคาน่า แต่ว่าเขาได้รับคำชมมากมายจากแฟนบอล

 

และในหลังจากที่เขาตัดสินใจไปเซ็นปากกากับ ทีมเซนิต ที่ประเทศรัสเซีย โดยเลือกปัดข้อเสนอทีมจากอังกฤษ, ทีมชาติสเปน และ ทีมชาติอิตาลี นั่นทำให้ชื่อของเขา เริ่มๆจะจางหายไปจากหน้าหนังสือพิมพ์นั่นเอง

 

8.ชื่อนักเตะ กียาน อซาโมอาห์
สังกัดสโมสร – ทีมอัล ไอน์

 

 

ซึ่งผู้ยิงประตูขึ้นนำให้กับกาน่าขึ้นนำแชมป์โลก 2-1 เกือบที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้อยู่แล้ว ก่อนที่จะมาเจอทีเด็ดของโคลเซ่ ตีเสมอได้ แต่ในรอบแรกเขาก็ช่วยยิงประตูให้ทีมดาวดำถึงสองประตูด้วยกัน

 

และเขานั้นก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่อเสียงเงียบหายไป เพราะเลือกที่จะค้าแข้งกับสโมสรเล็กๆ ที่ใม่ใช่จากลีกชั้นนำ แม้วัยจะเพียง 28 เท่านั้นเรี่ยวแรงยังวิ่งในพรีเมียร์ลีก หรือกัลโช่ ได้อย่างสบาย แต่เจ้าตัวเลือกที่จะรับเงินก้อนโต จากสโมสรในยูเออีมากกว่า

 

9.ชื่อนักเตะ ทิม ครูล
สังกัดสโมสร – ทีมนิวคาสเซิ่ล

ถึงแม้จะลงสนามไปไม่ถึง 15 นาทีตลอดทัวร์นาเมนต์ ทว่าเขามีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมฮอลแลนด์ผ่านเอาชนะ ทีมคอสตาริก้า เข้ารอบรองชนะเลิศสำเร็จ หลังจากเปลี่ยนลงมาในช่วงซัดเดนเดธ เซฟจุดโทษอย่างสุดยอด

 

เพียงแต่ว่ากับสโมสร เขาต้องมาอยู่หลังแนวรับที่หละหลวมของนิวคาสเซิ่ล ที่เล่น 5 นัดแรกในลีก เสียไปถึง 12 ประตู แต่ปัจจุบัน 5 นัดล่าสุดพวกเขาไม่แพ้ใครเลยเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทาง ทำให้ชื่อของครูล กลับมาเป็นจอมหนึบอีกครั้ง

 

10.ชื่อนักเตะ เฟร็ด
สังกัดสโมสร – ทีมฟลูมิเนนเซ่

 

หลังจากที่กองหน้าชาวแซมบ้าเจ้าภาพ ที่โชว์ฟอร์มให้ชาวบราซิเลี่ยนต้องจดจำไปชั่วชีวิต กับผลงานไฮไลท์ฟุตบอลการยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ที่ทำประโยชน์ได้เพียงแย่งอากาศหายใจของกองหลังและผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้าม

 

ซึ่งผลงานกับสโมสร ทำให้เขายังคงอยู่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ฟุตบอลแดนกาแฟอยู่ตลอดเวลา เพราะเขารั้งดาวซัลโวลีกอยู่อันดับ 3 ด้วยผลงาน 14 ประตู มันยิ่งทำให้คนที่อยากจะลืมเขา ยิ่งไม่มีทางทำได้นั่นเอง

วิเคราะห์ผลบอล: ข่าวศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษในสัปดาห์นี้

สเตอร์ริดจ์พาเบ็คส์เดินเข้าชิง ผู้นำแฟชั่น แดนอังกฤษ

 

หลังจากที่ ริดจ์ ได้ติด 1 ใน 20 คนสุดท้าย ลุ้นรับรางวัล เจ้าแห่งแฟชั่นประจำแดนผู้ดีขนาบข้างด้วยเหล่าเซเล็บคนดังเพียบ ซึ่งเบ็คส์แฮม ก็ไม่พลาดมีชื่อเข้าลุ้นด้วยตามเคย

 

โดยที่แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าตัวเก่งของสโมสร ทีมลิเวอร์พูล ทีมชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถูกเสนอให้เป็น 1 ใน 20 คนสุดท้าย ที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลผู้นำแฟชั่นประจำประเทศอังกฤษ ร่วมกับเหล่าบรรดาคนดังแดนผู้ดี รวมถึง เดวิด เบ็คแฮม อดีตแข้งซูเปอร์สตาร์ด้วย

 

ทั้งนี้ดาวยิงวัย 25 ปี ได้มีชื่อเข้าชิงรางวัล บริติช สไตล์ อวอร์ด ที่จะเฟ้นหาบุคคลที่มีภาพลักษณ์ และการแต่งตัวแบบสไตล์คนอังกฤษ โดยผู้ชนะรางวัลดังกล่าว จะได้รับเลือกให้เป็นทูตระหว่างประเทศ ประจำกรุงลอนดอน เมืองแห่งแฟชั่นของโลกอีกด้วย ซึ่งการประกาศรางวัลจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคมนี้

 

และนอกจาก ทางด้านสเตอร์ริดจ์ แล้ว ยังมีคนดังอีกหลายรายที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิง ไม่ว่าจะเป็น

 

  • เคท มอสส์
  • คารา เดอเลวีน
  • เดวิด แกนดี้
  • ทินี เทมปาห์
  • ริตา โอรา
  • ไครา ไนท์ลีย์
  • เดวิด เบ็คแฮม

 

 

 

 

รักเพื่อนจริงๆ!! หลังจากที่ซัวเรซหลุดโผชิงบัลลงดอร์

 

 

เป็นใครก็งงเป็นไก่ตาแตกแน่นอน ! หลังจากที่เจอร์ราร์ด ได้จวก ฟีฟ่า ในกรณีที่ ซัวเรซ ไร้ชื่อเข้าชิง ฟีฟ่า บัลลง ดอร์ ปี 2014 ทั้งๆ ที่ซัดไป 31 ตุง เมื่อซีซั่นก่อน ชี้เป็นเรื่องลับลมคมในขององค์กรลูกหนังแน่

 

โดยเมื่อ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตัน ทีมลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ ฟีฟ่า ในกรณีที่ หลุยส์ ซัวเรซ อดีตเพื่อนร่วมทีม ไม่มีชื่อติดโผ 23 นักเตะเข้าชิงรางวัล ฟีฟ่า บัลลง ดอร์ ประจำปี 2014 โดยชี้ว่าเป็นเรื่องการเมืองในองค์กรลูกหนังโลกล้วนๆ ทั้งที่ คิงหลุยส์ ได้ระเบิดฟอร์มยิงไปถึง 31 ประตู ให้กับ ทีมหงส์แดง จนขึ้นแท่นเป็นดาวซัลโวของยุโรป เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

 

หลังจากที่ ฟีฟ่า เพิ่งประกาศรายชื่อ 23 นักเตะ เข้าชิง บัลลงดอร์ 2014 เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงจาก เรอัล มาดริด ซึ่งเป็นเจ้าของดาวซัลโวยุโรป ร่วมกับ ซัวเรซ และลิโอเนล เมสซี่ แนวรุกของ บาร์เซโลน่า แต่กระนั้น “คิงหลุยส์” ซึ่งเพิ่งพ้นโทษ 4 เดือน จากกรณีไปกัดคู่แข่งใน ฟุตบอลโลก 2014 ไม่มีชื่อลุ้นรางวัลดังกล่าว

 

ซึ่งสตีวี่จี ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ผ่าน สื่อเดลี่ เมล์ ที่เป็นสื่อชื่อดังจากแดน อังกฤษ หลังหัวหอกทีมชาติอุรุกวัย โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม จนถูก บาร์เซโลน่า ได้คว้าตัวไปร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ว่า ซัวเรซ ยิงไป 31 ประตู และได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะที่ดีที่สุดในลีกที่ยากที่สุดในโลกด้วย ดังนั้นคุณลองบอกผมหน่อยสิว่าทำไม ซัวเรซ ถึงไม่มีชื่อเข้าชิงรางวัล บัลลง ดอร์

 

และเขาได้กล่าววิเคราะห์ผลบอลว่า ผมว่ามันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อสุดๆ เลยนะ เพราะที่จริง ซัวเรซ ควรจะมีชื่อเข้าชิง เพื่อไปแย่งรางวัลกับ โรนัลโด้ ผมไม่อยากจะเชื่อเลย แต่มันคงเป็นเรื่องของการเมืองในองค์กรลูกหนังล่ะมั้ง เจอร์ราร์ด กล่าวตำหนิ ฟีฟ่า

 

 

 

เจอร์ราด รับคงต้องไปจากหงส์หากไม่ได้ข่าวสัญญาใหม่

 

หลังจากที่ เจิด ออกปากรับ ก็คงถึงคราวต้องขนข้าวขนของย้ายออกจาก แอนฟิลด์ ช่วงจบซีซั่น หาก ทีมหงส์แดง ไม่ให้สัญญาใหม่ หลังสัญญาจะหมดลงหน้าร้อนปีหน้า

 

โดยที่สตีเว่น เจอร์ราร์ด มิดฟิลด์กัปตัน ทีมลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ออกมายอมรับว่า เขาอาจจะต้องขนข้าวขนของย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ก็เป็นได้ หากว่าทางต้นสังกัด ทีมหงส์แดง นั้นไม่ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ หลังสัญญาปัจจุบันนั้นจะหมดลงในช่วงจบฤดูกาล

 

และสตีวี่จี ยังได้ให้สัมภาษณ์ว่า สัญญาของผมนั้นจะมีถึงแค่เดือนพฤษภาคม ปีหน้าเท่านั้น ซึ่งมันหมายความว่าผมจะได้อยู่ที่นี่จนจบฤดูกาลนั่นเอง แต่ผมนั้นจะยังไม่ยุติอาชีพค้าแข้งในทันทีถ้าเกิดต้องย้ายออกจากทีมไป ผมจะยังค้าแข้งต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้ผมกำลังรอและเฝ้าดูว่าจะเป็นที่ ทีมลิเวอร์พูล หรือเปล่า หรือว่าจะเป็นทีมอื่น แต่ถ้า ทีมลิเวอร์พูล ไม่ยื่นสัญญาใหม่ให้กับผมๆ ก็คงต้องไป

 

ซึ่งสำหรับ ตัวของเจอร์ราร์ด วัย 34 ปีอยู่กับ ทีมลิเวอร์พูล มาตั้งแต่เป็นแข้งในศูนย์ฝึกเยาวชนเมื่อปี 1987 ก่อนได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อปี 1998 และก็ได้กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยตอนนี้ลงเล่นให้กับ ทีมหงส์แดง ไปเกือบ 700 เกมแล้ว ยิงได้ 176 ประตู

 

 

 

ร่วมกันตามหา 16 นักเตะไทยไปฝึกที่เลสเตอร์ 2 ปีครึ่ง

 

 

 

ทางด้านสโมสร ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ คัดนักเตะเยาวชนไทยอายุ 16 ปี จำนวน 16 คน จาก 110 คนเพื่อไปฝึกตารางบอลฝีเท้าที่อะคาเดมี่ของเลสเตอร์ ที่ประเทศอังกฤษ พร้อมประกาศรายชื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้

 

ซึ่งเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่สนามกีฬากองทัพบก ทีมสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ คัดนักเตะเยาวชนไทยอายุ 16 ปี เพื่อไปฝึกฝีเท้าที่อคาเดมีของเลสเตอร์ ที่ประเทศอังกฤษ โดยมีจอน รัดกิ้น ผู้อำนวยการอะคาเดมีของเลสเตอร์ เอมิล เฮสกี้ อดีตกองหน้าเลสเตอร์และทีมชาติอังกฤษ โค้ชชื่อดังชาวไทยอีก 16 คนร่วมคัดเลือก

 

โดยที่การคัดเลือก ตัวนักเตะฝีเท้าดีของไทยครั้งนี้ ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน คัดจากนักเตะ 110 คน จากที่คัดเลือกระดับภาค ให้เหลือ 16 คนสุดท้าย เพื่อไปฝึกฝนกับอะคาเดมีของจิ้งจอกสีน้ำเงินเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง และเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ เรดคลิฟฟ์ คอลเลจ ส่วนนักเตะที่ฝีเท้าเข้าตาจะได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะของเลสเตอร์ต่อไป

 

และนอกจากนี้ จะประกาศรายชื่อ 16 คนที่ผ่านการคัดเลือก ในวันที่ 2 พฤศจิกายน และจะโชว์ตัวในช่วงพักครึ่งฟุตบอลโตโยต้า  ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 นัดปิดฤดูกาล แมตช์ที่อาร์มี่ ยูไนเต็ด พบ โอสถสภา เอ็ม – 150 สระบุรี ที่สนามกีฬากองทัพบก

 

 

 

โอ้พาเมียเก่าออกเดทพร้อม กับลูกสาวสุดน่ารัก

 

 

ก็ยังมีมุมน่ารักๆ เหมือนกันนะ โดยหลังจากที่สื่อเผยภาพ มาริโอ บาโลเตลลี่ กับอดีตแฟนสาว รัฟฟาเอลล่า ฟิโค่ นางแบบสาว พากันออกเดทพร้อมกับ เพีย ลูกสาววัย 18 เดือนของทั้งคู่

 

และถึงแม้ว่าการกระทำจะบ้าๆ บอๆ เกรียนไปทั่วทั้งในและนอกสนามตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด เหมือนเด็กไม่รู้จักโต เป็นกิตติศัพท์เฉพาะตัวของหัวหอกผิวหมึก รวมถึงฟอร์มการเล่นปัจจุบันกับ ทีมลิเวอร์พูล ก็ยังไม่เอาอ่าว จนเกิดกระแสวิจารณ์ไปทั่ววงการ แต่อีกด้านของชีวิต บาโลเตลลี่ ก็มีมุมให้น่าชื่นชมเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องครอบครัว

 

ซึ่งหลังจากที่ทั้งคู่เลิกรากันไปเมื่อปี 2012 แบบจบไม่สวยนัก เพราะถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาล แต่ปัจจุบัน สายสัมพันธ์ของทั้งคู่เหมือนว่าจะดีขึ้น เมื่อนักข่าวตาดีแอบจับภาพ เกรียนโอ้ ได้พา รัฟฟาเอลล่า อดีตแฟน และเพีย ลูกสาวสุดน่ารัก ปรากฏตัวในที่สาธารณะ รวมถึงรับประทานอาหารกันแบบน่ารักสไตล์ครอบครัวสุขสันต์เสียด้วย

 

และอย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า จริงๆแล้ว บาโลเตลลี่ เป็นคนที่รักเด็กมาก และมักจะบริจาคเงินจำนวนมหาศาลให้กับมูลนิธิเกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็กๆอยู่เป็นประจำ ซึ่งการพบกันของอดีตคู่รักครั้งนี้ คาดว่าน่าจะทำเพื่อลูกสาวตัวน้อย ตามประสาคนเป็นพ่อ-แม่มากกว่า เพราะปัจจุบันศูนย์หน้าหงส์แดงกำลังคบหากับ ฟานนี่ เนเกช่า นางแบบสาวผิวเข้มนั่นเอง

 

 

วิเคราะห์ผลบอล ที่ผีแดง เสมอ สิงห์บลู

และหลังจากที่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในศึกบิ๊กแมตช์ของศึกพรีเมียร์ลีกคงหนีไม่พ้นเกมที่ ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ระหว่าง ทีมปิศาจแดง  แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ทีมสิงห์บลู เชลซี ซึ่งผลการแข่งขันเสมอกันไปผลบอล 1-1

 

ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าก่อนแข่งเซียนก่อนเกม กูรูลูกหนังทั้งหลายต่างเชื่อว่าทีมเยือนที่กำลังรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุดเหนือกว่าและน่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะ

 

โดยสิ่งที่สำคัญของแนวรับสำหรับทีมปีศาจแดง ในชั่วโมงนี้ ที่พร้อมจะเสียประตูได้ทุกเวลาและยังไม่รู้ด้วยว่าฤดูกาลนี้ใครคือตัวจริง เพราะตัวเจ็บเพียบบวกกับการโรเตชั่นนักเตะในตำแหน่งนี้เกือบทุกนัดของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือจอมเฮี้ยบ

 

 

 

 

ซึ่งส่วนใหญ่ทีมเยือนของ เดอะ โอนลี่ วัน โจเซ่ มูรินโญ่ กำลังเป็นจ่าฝูง ยิ่งการขับเคลื่อนของมิดฟิลด์อย่าง 1.เอด็อง อาซาร์, 2.ออสการ์ หรือ 3.เชส ฟาเบรกาส ที่พร้อมจะเขย่าขวัญและสร้างความเสียหายให้กับคู่ต่อสู้

 

และก็ไม่รู้ว่าจะเป็นโชคดีของเจ้าบ้านหรือเปล่าที่เชลซีไม่มีมือสังหารอันดับหนึ่งอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ที่เจ็บ อันดับสอง โลอิก เรมี่ ก็เจ็บ เลยต้องใช้แมลงสาบเฒ่าอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา

 

โดยที่โปรแกรมบอลเกมรับของ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ใช้สามเซ็นเตอร์เหมือนเดิม ประกอบไปด้วย

  1. ลุค ชอว์
  2. มาร์กอส โรโฮ
  3. คริส สมอลลิ่ง

และพร้อมทั้งสองวิงแบ็กคือ

  1. ราฟาเอล
  2. ดาลี่ย์ บลินด์

โดยจากที่ทีมเป็นรองกว่า นั่นทำให้เป้าหมายของผู้จัดการทีมชาวดัตช์ คือ การทำยังไงก็ได้ให้ ผลออกมาเสมอ

 

และถ้าเกิดเปรียบเทียบกับองค์ประกอบต่างๆ ทั้งตัวผู้เล่น ซึ่งในชั่วโมงนี้เจ้าบ้านเป็นรองกว่าชัดเจน แถมแนวรุกที่จัดว่าระดับพระกาฬก็ไม่พระกาฬ เพราะไม่มี เวย์น รูนี่ย์ ที่ติดโทษแบน กับ ราดาเมล ฟัลเกา ที่ไม่ฟิต

 

 

 

ซึ่งรูปเกมในครึ่งแรก นั้นเกมตรงกลางของ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ยังไงไม่มีทางที่จะต่อบอลเข้าทำในเกมรุก สู้กับทีมเยือนได้อยู่แล้ว พี่ฟู มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ถูกส่งลงมาจึงต้องมาช่วยในเกมรับมากกว่าเกมรุก แถมสองฟูลแบ็กเอง ถ้าสังเกตจะไม่ขึ้นสูงเวลาได้ครองบอล แต่จะขึ้นสูงในเวลาที่เล่นเกมสวนกลับเร็วมากกว่า

 

และทางด้าน ดาบิด เด เกอา ที่ได้โชว์ซูเปอร์เซฟในเกมนี้หลายครั้ง ทั้งจังหวะที่พี่แมลงสาบยิงเต็มๆ ในครึ่งแรก หรือจังหวะที่อาซาร์แหวกผ่านแนวรับกระดาษทิชชู่ของเจ้าบ้านมายิงแล้วติด

 

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม แนวรับราคาข้างถนนก็มาเสียประตูจนได้ในจังหวะเตะมุมต้นครึ่งหลังจากการประกบตัวที่ผิดพลาดของ ราฟาเอล ถ้าสังเกต ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่เงาะถึงได้งานประกบกับพี่แมลงสาบ นักเตะที่ใช้หัวดีที่สุดในทีมคู่แข่ง ทั้งๆ ที่ความสูงไม่ถึง 180 ด้วยซ้ำ เรื่องประสบการณ์ไม่ต้องพูดถึง

 
โดยที่วิเคราะห์บอลแล้ว ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้พยายามบุก เพียงแต่ก็ไม่ได้สร้างความหวาดเสียวให้กับ ทีมเชลซีซักเท่าไหร่ ก็อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าแดนกลางคนละราคากัน

 

 

 

 

ในที่สุด ความพยายามของเจ้าบ้านก็ได้มาประสบความสำเร็จช่วงทดเจ็บในจังหวะเซตพีซที่ อังเคล ดิ มาเรีย ซึ่งวันนี้พกรองเท้าเตะฟิลด์โกล์อย่างเดียว เปิดให้พี่ฟูโหม่งติด ติโบต์ กูร์กตัวส์ ก่อนที่บอลเจ้ามาเข้าทางโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยิงซ้ำเข้าไป

 

ทำให้จบเกมผลเสมออาจจะไม่ถูกใจทีมเยือนนัก แต่ส่วนตัวก็มองว่าเหมาะสม เพราะหลายจังหวะที่เชลซีเองก็ไม่เด็ดขาดและต้องให้เครดิตแนวรุกของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีของแบรนด์อย่าง ฟาน เพอร์ซี่ อยู่ด้วย

 

และถ้าดูจากสถิติอาจจะแปลกใจนิดๆ เพราะ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสยิงมากกว่า

  • ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ยิง 19 ครั้ง
  • ทีมเชลซี  ยิง 9 ครั้ง และเปอร์เซ็นต์การครองบอลที่เท่ากัน

 

ซึ่งนั้นถือว่า หลุยส์ ฟาน กัล กับ โจเซ่ มูรินโญ่ อดีตศิษย์กับอาจารย์ที่เจอกันครั้งแรกบนแผ่นดินอังกฤษ ถ้าเป็นภาษามวย ฟาน ฮัล เฉือนชนะคะแนนแบบไม่เอกฉันท์ เพราะไม่แพ้ตามที่หวัง ส่วน มูรินโญ่ ไม่ชนะตามเป้าหมายครับ ติดตามชมไฮไลท์ฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่ ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก

วิเคราะห์บอล ที่สุดของที่สุดในช่วงเริ่มออกสตาร์ต

 

วิเคราะห์บอล ที่สุดของที่สุดในช่วงเริ่มออกสตาร์ต

 

ในเกมส์ฟุตบอลสุดสัปดาห์นี้บรรยากาศของพรีเมียร์ลีกจะกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ ภายหลังที่ได้พักยาวมาถึงสองอาทิตย์เพื่อหลีกทางให้โปรแกรมบอลคณะชาติ โดยแต่ละกลุ่มจักต้องลงมาห้ำหั่นกันอีกครั้ง เพื่อจักไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ทันทีที่ทะลุทะลวงพ้นอีก 31 นัดต่อจากนี้

 

พร้อมทั้งเพราะว่าการขับเคี่ยวกันในช่วงออกสตาร์ตของฤดูกาลกาลนี้ก็ได้ทะลุทะลวงไปแล้ว 7 นัดแรก ซึ่งก็พอจักทำให้มองเห็นภาพได้คร่าวๆ ว่าหน้าตาของฤดูกาลนี้น่าจะออกมาเป็นยังไงบ้าง กับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนได้หยิบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเป็นที่สุดๆ จากช่วงเริ่มต้นต้นฤดูกาลนี้มาให้ดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

 

 

1.นักเตะที่เด่นที่สุด: ดิเอโก้ คอสต้า


เนื่องด้วยการเสริมทัพของเชลซีในซัมเมอร์นี้ดูจักลงล็อกไปหมด ทั้ง 1.ติโบต์ กูร์กตัวส์, 2.เชส ฟาเบรกาส และ 3.ดิเอโก้ คอสต้า ที่ต่างก็ยักย้ายมากับโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น พร้อมด้วยเป็นกำลังสำคัญในการพาสิงโตสีครามทะยานขึ้นจ่าฝูงแบบนำโด่ง

 

ซึ่งตัวของคอสต้าคือคนที่เข้ามาอุดช่องโหว่ ไม่ใช่หรือเข้ามาแก้ปัญหาที่เคยเจอจากฤดูกาลก่อน ให้กับกรุ๊ปของ โจเซ่ มูรินโญ่ ได้อย่างแท้ยิ่ง ด้วยการทำประตูได้อย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งเป็นกอบเป็นกำถึง 9 ลูก เข้าไปแล้วเฉพาะในลีก พร้อมด้วยผลงานของเขาก็โดดเด่นเกินหน้าเกินตาดาวเตะทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่คนไหนๆ จนถึงระยะนี้

 

 

 

2.เป็นเกมที่หักมุมที่สุด :  กลุ่มเลสเตอร์ 5-3 ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ซึ่งหลังจากชนะนัดแรกในฤดูกาลได้ในเกมที่ 4 ด้วยการเปิดบ้านไล่ทุบ พวกควีนส์ปาร์ค 4-0 เหล่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำท่าเหมือนจักเรียกความมั่นใจกลับมาได้

 

พร้อมทั้งปางยกพลไปเยือนอีกหนึ่งน้องใหม่อย่าง ทีมเลสเตอร์ในเกมถัดไป เหล่าปิศาจแดงที่คับคั่งด้วยซูเปอร์สตาร์ทั้งเก่าพร้อมทั้งใหม่ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างจี๊ดจ๊าด และขึ้นนำผลบอล 2-0 อย่างรวดเร็ว ก่อนขยับหนีไปเป็น 3-1 อีกก่อนที่ทุกอย่างจะพลิกผัน ทันทีที่เสียจุดโทษแบบโชคร้ายโดนไล่มา กับโดนตีเสมออีกอย่างรวดเร็ว

 

เพราะภายหลังนั้นทุกอย่างก็ปั่นป่วนไปหมดเหตุด้วยผีแดง ก่อนจะโดนแซงขึ้นนำ 4-3 พร้อมทั้งเหเลื่องลือผู้เล่น 10 คน ในช่วงท้ายเกมจนโดนประตูที่ 5 ปิดท้าย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 853 นัดที่ กลุ่มแมนฯ ยูไนเต็ดลงเตะพรีเมียร์ลีกมา ที่ ปล่อยให้การขึ้นนำ 2 ประตู กลับมาเป็นความพ่ายแพ้ได้

 

 

3.เป็นหมู่ที่สร้างเซอร์ไพรส์ที่สุด: กลุ่มเซาธ์แฮมป์ตัน


เหล่าเซาธ์แฮมป์ตันได้เสียดาวดังของเหล่าไปเป็นกระบิในช่วงซัมเมอร์ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้จัดการคณะ พร้อมทั้งทำท่าว่าจะได้รับผลกระทบเต็มๆ

 

เพราะว่าหลังจากที่ โรนัลด์ คูมัน ได้นำพวกออกสตาร์ตนัดแรกด้วยความพ่ายพ่าย กับในนัดต่อมาก็ทำได้แค่เสมอ

 

แต่ครั้งได้นักเตะใหม่อย่างกราเซียโน่ เปลเล่ เริ่มทำที่จะติดเครื่องได้ในการเข้ามาแทนที่ ริคกี้ แลมเบิร์ต ขณะที่ ดูซาน ทาดิช ก็ได้เข้ามารับหน้าที่สร้างสรรค์เกมแทน อดัม ลัลลาน่า ที่จากไป เหล่านักบุญก็เริ่มทำต้นโชว์ฟอร์มได้อย่างไหลลื่นเหมือนเดิม ไม่ก็อาจจักมากกว่าเดิม จนทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตารางแล้ว หลังชนะติดต่อกันถึง 4 นัด ก่อนจะเพิ่งแพ้อีกครั้งในเกมล่าสุด

 

 

4.เป็นพวกที่เดี้ยงมากมายก่ายกองที่สุด: ฝ่ายอาร์เซนอล

ซึ่งทางด้านของ แชด ฟอร์ไซธ์ สตาฟฟ์โค้ชด้านฟิตเนสของเยอรมัน อำลาพวกแชมป์โลกมาร่วมงานกับทีมอาร์เซนอลในซัมเมอร์นี้

 

กับกลับกลายเป็นว่าฝ่ายปืนใหญ่ยังถูกรุมเร้าด้วยปัญถ้าารบาดเจ็บของนักเตะอื้อเหมือนเดิม หรือไม่ก็อาจจักก่ายกองกว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

ซึ่งขณะดาวดังหลายคนเดี้ยงกันตั้งแต่ต้นซีซั่น จนต้องพักยาวบ้างสั้นบ้างมาเกือบครบตัวหลักๆ แล้ว พร้อมกับอาจจักมีส่วนทำให้ผลงานของทีมไม่เปรี้ยงอย่างที่คาดหวังไว้ พร้อมทั้งยังอยู่เท่าอันดับ 8 ของตารางบอลเท่านั้น จากการชนะแค่ 2 จาก 7 นัดแรก

 

 

5.เป็นซีนที่ดราม่าที่สุด: คราวแฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงประตูกลุ่มเชลซี


พวกเชลซีชนะถึง 6 จาก 7 นัดแรกในฤดูกาลนี้ เพราะว่าเกมเดียวที่เสมอคือนัดที่ไปเยือน เหล่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

นัดนี้ทีมสิงห์ครามเกือบจักเอาชนะ หมู่แชมป์เก่าได้อยู่แล้ว แต่ก็ถูกไม่ยอมโอกาสนั้นเพราะว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด นักเตะที่เคยสร้างสถิติไว้กับหมู่มากมาย ก่อนจักถูก ให้ความเป็นไทตัวออกไปในซัมเมอร์นี้

 

เพราะมิดฟิลด์วัย 36 ปี ได้ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองให้ คณะเรือใบสีฟ้า ซึ่งขอยืมตัวเขามาจาก พวกนิวยอร์ก ซิตี้ ต้นสังกัดใหม่ในเมเจอร์ลีก พร้อมกับได้ยิงประตูตีเสมอฝ่ายเก่าของตัวเองได้ก่อนหมดเวลา 5 นาที กับเป็นไปตามธรรมเนียที่เจ้าตัวจักไม่แสดงความดีใจออกมา

 

เพราะว่าท่านเป็นได้ติดตามชม ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์ฟุตบอล เพิ่มเติมได้เลย

 
ที่มา: http://sport.sanook.com/football/

วิเคราะห์ผลบอล เมื่อแฟนบอลแอร์ฟอร์ซ ปะทะเดือด สาวกกิเลนหลังจบเกม+คลิป

วุ่นวายอีกแล้ว!! เหตุการณ์แฟนบอลทีมแอร์ฟอร์ซ

ปะทะเดือด  แฟนบอลสาวกกิเลนหลังจบเกม+คลิป

 

เหตุการณ์เมื่อวานนี้ 15 ตุลาคม 57 ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นที่สนามธูปะเตมีย์ หลังจบเกมที่ทีมแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี เปิดบ้านพ่าย เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ดผลบอล 0 – 1 โดยภายหลังจบ 90 นาที ได้เกิดเหตุแฟนบอลของทั้งสองทีมเข้าตะลุมบอนกันกลางสนามส่งผลให้มีผู้ได้รับ บาดเจ็บจำนวนมาก

 

โดยที่เหตุการณ์ความวุ่นวายได้เกิดขึ้นภายหลังที่ผู้ ตัดสิน ถนอม บริคุต เป่าจบเกมการแข่งขัน แฟนทีมฟุตบอลของทั้งสองทีมได้มีการส่งสัญลักษณ์เป็นการยั่วยุซึ่งกันและกันก่อนที่ เหตุการณ์จะบานปลายจนเจ้าหน้าที่สนามควบคุมสถานการณ์ไว้ไม่ได้ ก่อนที่จะมีการปะทะกันระหว่างแฟนบอลของทั้งสองทีมเกิดขึ้นอย่างดุเดือด

 

ซึ่งเหตุการณ์ ความวุ่นวายนั้นกินเวลานานกว่า 20 นาทีกว่าที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ก่อนจะมีรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้หญิงและเด็กถูกลูกหลงเป็นจำนวนมาก จนต้องถึงขั้นหามส่งโรงพยาบาล

 

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ในสนามได้ให้ทางกลุ่ม แฟนโปรแกรมบอลทีมเยือนรอสถานการณ์คลี่คลายอยู่ในสนามฟุตบอล ก่อนที่ทางผู้ใหญ่ของทั้งสองสโมสรจะเข้ามาพูดคุยกับแฟนบอลของตัวเองจน เหตุการณ์สงบ และได้ส่งเจ้าหน้าที่ สารวัตรทหารที่คอยดูแลส่งแฟนบอลทีมเยือนกลับบ้านอย่างปลอดภัย โดยเหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหมดกินเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

 

ที่มา: http://sport.sanook.com/107293/

 

 

 

 

มาชมภาพเหตุการณ์วุ่นวายที่สนามธูปะเตมีย์กันหน่อยดีกว่า